หันไปมองหลี่เตาที่อยู่ไม่ไกล แล้วกล่าวเสียงดังว่า
“อู่อันป๋อ ข้าได้นำคู่ต่อสู้ที่เลือกให้ท่านมาแล้ว ท่านก็ควรออกมาได้แล้วกระมัง”
หยางหลินมองดูคนคลั่งกระบี่โม่อู๋หมิงแวบหนึ่ง จากนั้นเอียงหน้าพูดว่า
“คนผู้นั้นไม่ธรรมดา เจ้ามั่นใจหรือว่าจะรับมือไหว?”
หลี่เตาทําเพียงแค่ยิ้มบาง เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เดินมาหยุดข้างๆ เสี่ยวเฮย เขาถอดเกราะที่สวมอยู่แล้วนำไปแขวนไว้ มันจึงเผยให้เห็นชุดรัดรูปสีดำที่อยู่ด้านใน จากนั้นเขาก็ใช้มือเดียวหยิบง้าวมังกรทมิฬที่อยู่บนเสี่ยวเฮยมา แล้วเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของลานประลองภายใต้สายตาของทุกคน ยืนเผชิญหน้ากับโม่อู๋หมิง
เมื่อทั้งสองคนเข้าประจำที่แล้ว ความสนใจของทุกคนก็จดจ่ออยู่ที่พวกเขา กลัวว่าจะพลาดฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจไป
ฝ่ายหนึ่งคือชายหนุ่มอัจฉริยะที่สร้างชื่อเสียงเกรียงไกรในกองทัพตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนอีกด้านหนึ่งคือผู้ที่มีชื่อเสียงในยุทธภพมาสามสิบปี เป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงสุดของยุทธภพที่สามารถสังหารศัตรูข้ามระดับได้
หากพูดกันตามตรงแล้ว ก่อนที่คนคลั่งกระบี่โม่อู๋หมิงจะเปิดเผยตัวตน อันที่จริงคนส่วนใหญ่มองว่าหลี่เตามีโอกาสชนะมากกว่า เพราะเมื่อสามปีก่อนเขาได้บุกเข้าชนเผ่าเป่ยหมานแล้วสังหารปรมาจารย์หลายคนตกตายไป และในช่วงสามปีมานี้เขายังสามารถจัดการปัญหาดินแดนทางใต้ที่ทำให้ทั้งราชสำนักปวดหัวได้เป็นอย่างดี แต่หลังจากที่ตัวตนของคนคลั่งกระบี่โม่อู๋หมิงถูกเปิดเผยแล