บ่มเพาะใช้งานมาเป็นเวลานาน จนปราณกระบี่สามารถหลอมรวมเข้ากับตัวกระบี่ที่ใช้งานได้เอง ในกรณีนี้แม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังปราณแท้ แต่เพียงแค่จับกระบี่ยาว ปราณกระบี่ก็จะปรากฏขึ้นโดยธรรมชาติ”
“ยิ่งเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์สูงส่ง อาวุธที่ใช้ก็จะเป็นเช่นนี้มากขึ้น เมื่อพิจารณาจากปราณกระบี่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากกระบี่ยาวของคนคลั่งกระบี่ผู้นั้นเมื่อครู่ กระหม่อมคาดว่าเพียงแค่ปราณกระบี่อย่างเดียว ก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับเซียนเทียนส่วนใหญ่ได้แล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น องค์หญิงหมิงเยวก็พยักหน้าแล้วถามต่อทันที
“ถ้าเช่นนั้น ผู้เฒ่าจ้าว ท่านเก่งกาจเช่นนี้ ท่านพอที่จะบอกได้หรือไม่ว่าระหว่างอู่อันป๋อกับคนคลั่งกระบี่ผู้นั้นใครเก่งกว่ากัน?”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น จ้าวจงพลันส่ายหน้า
“เมื่อมีวรยุทธ์ระดับโม่อู๋หมิงและอู่อันป๋อแล้ว หากไม่ได้ลงมือจริงๆ ก็ยากที่จะบอกว่าผู้ใดมีพลังมากกว่ากัน”
ในขณะที่โม่อู๋หมิงมองมายังหลี่เตา เขาเองก็กำลังพิจารณาอีกฝ่ายเช่นกัน หลังจากครู่หนึ่งผ่านไป โม่อู๋หมิงก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน ดวงตาเย็นชาของเขากวาดมองไปรอบๆ แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า
“ข้าให้โอกาสเจ้า เจ้าลงมือก่อนเถิด”
แม่น้ำเสียงนั้นจะราบเรียบ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนง เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เตาก็ชะงักไปเล็กน้อยแล้วจึงส่ายหน้า
พอเห็นดังนั้น โม่อู๋หมิงพลันขมวดคิ้ว
“เจ้าต้องการยอมแพ้หรือ?”
เนื่องจากเขารู้ว่าตัวตนถูกเปิดเผยแ