่านซุน ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”
“จะทำอย่างไรงั้นหรือ?” ซุนเซียนมองพวกหลิวหงแล้วกัดฟันพูดว่า “พวกเจ้าสามคนทำไมไม่ไปตายเสียละ”
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าถูกหลอกโดยสามคนนี้ ทั้งสามคนรับรองกับเขาอย่างจริงจังว่าหลีเต้าเป็นเพียงเสือกระดาษที่หลอกลวงเท่านั้น แต่นี่มันเสือกระดาษที่ไหนกัน เป็นพยัคฆ์ติดปีกชัดๆ เมื่อเห็นกองทัพฝั่งตนที่แตกพ่ายไม่เป็นขบวน ซุนเซียนก็หันไปมองทางหลีเต้า ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าในรอบที่สองจะสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ ขอเพียงแผนการในรอบที่สองสำเร็จ ความสูญเสียในรอบนี้ก็ถือว่ายอมรับได้
“หมิงเยว่ ข้าพูดไม่ผิดใช่ไหม” เถียซานเหนียงมองดูองค์หญิงหมิงเยว่ที่กำลังโอบอุ้มเสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์ไว้ในอ้อมอก ไม่ไหมมองไปทั่วแล้วกล่าวด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย
องค์หญิงหมิงเยว่ไม่ได้ฟังคำพูดของเถียซานเหนียงอย่างชัดเจนนัก เพราะในห้วงความคิดของนางยังมีอีกคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับนางอยู่ จีหมิงเยว่กล่าวว่า “หมิงเยว่ ทหารม้าเหล่านี้ดูไม่ธรรมดา”
องค์หญิงหมิงเยว่ถามกลับ “ไม่ธรรมดา? ไม่ธรรมดาตรงไหน”
จีหมิงเยว่พูดขึ้น “พวกเขาทําให้ข้านึกถึงสายเลือดหนึ่ง”
“สายเลือดอะไรหรือ”
“สายเลือดที่เกิดมาเพื่อสงครามโดยเฉพาะ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”
“สายเลือด? เจ้าหมายความว่าทหารม้าเหล่านี้มีสายเลือดนั้น?”
“เป็นไปไม่ได้ สายเลือดที่ข้าพูดถึงนั้นถูกทำลายล้างไปหมดแล้ว”
“แล้วเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ข้าหมายความว่าพวก