นเพียงแค่ได้ยินมาแต่ไม่เคยเห็นตัวจริง วันนี้เมื่อได้พบเห็นแล้วพวกเขาถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่าลือ แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นคือ แม้จะเป็นเพียงบุตรบุญธรรมแต่ฮ่องเต้กลับให้ความสนใจอย่างมาก หยิบอาหารจากโต๊ะส่งไปให้เป็นระยะ ท่าทางที่เล่นหยอกล้อนั้น เป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังเล่นกับเสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาก็ดังมา ไม่นานเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลก็ดังขึ้นข้างหูองค์หญิงหมิงเยว่และฮ่องเต้ “ซานเหนียงคารวะฝ่าบาท คารวะองค์หญิง”
องค์หญิงหมิงเยว่หันไปมองจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย “ซานเหนียง เจ้ามาแล้วหรือ”
ฮ่องเต้มองดูแวบหนึ่งแล้วหัวเราะเบาๆ “หมิงเยว่บอกว่าเชิญคนหนึ่งมา ข้าเดาได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด”
เถียซานเหนียงยิ้มพลางกล่าว “ล้วนเป็นเพราะฝ่าบาททรงปรีชา”
“ท่านป้า” เสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์เองก็เอ่ยทักทายจากในอ้อมอกขององค์หญิงหมิงเยว่
เถียซานเหนียงหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นไปตรงหน้าเสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์ “เสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์ ลองทายซิว่าในนี้มีอะไร?”
“เป็นของขวัญจากท่านป้าใช่หรือไม่เจ้าคะ!”
“ทายถูกแล้ว”
เสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์เหลือบมองไปทางองค์หญิงหมิงเยว่ รอจนกระทั่งองค์หญิงหมิงเยว่พยักหน้าแล้ว เสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์ถึงได้เปิดกล่องออกอย่างร่าเริง เห็นเพียงภายในมีลูกปัดไม้สีเหลืองอ่อนร้อยด้วยเชือกแดงวางอยู่ ทั้งยังมึกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกด้วย พินิจจากภา