ลับถูกคนหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งเริ่มรับตำแหน่งแก้ไขได้โดยใช้เวลาเพียงแค่สามปีงั้นหรือ? และยังไม่ใช่การแก้ไขเพียงเรื่องเดียวอีกด้วย แต่เป็นการแก้ไขในทุกด้านอย่างครบถ้วน
“ปลอม ปลอม! มันจะปลอมเกินไปแล้ว!”
ทันใดนั้น หลิวหงก็เอ่ยปากขึ้นอย่างอดไม่ไหว
“ฝ่าบาท ฎีกาเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นเชื่อถือได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ต่างสงสัยว่าในฎีกาที่หลี่เตาเขียนนั้นมีเนื้อหาอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้หลิวหงแสดงอารมณ์เช่นนั้นออกมา
ต่อมาหลังจากเจิงกวงและฮัวอวิ๋นอ่านไปสักพักก็กล่าวคำคล้ายกัน
“ฝ่าบาท สิ่งที่อู่อันป๋อเขียนนั้นมันช่างเกินจริง กระหม่อมขอรับรองว่าเขาโกหกหลอกลวงเป็นแน่ ขอฝ่าบาททรงลงโทษเขาในข้อหาหลอกลวงราชสำนักด้วยพะยะค่ะ”
“กระหม่อมขอเอาหัวเป็นประกัน สิ่งที่เขียนไว้ในนี้ต้องเป็นเรื่องเท็จอย่างแน่นอน”
เมื่อคำพูดของทั้งสองคนถูกเอ่ยออกไป ทั้งท้องพระโรงก็คึกคักขึ้นมาทันที หากเป็นเพียงข้อโต้แย้งเล็กน้อยก็ยังพอว่า แต่ในเมื่อเจิงกวงและฮัวอวิ๋นเอ่ยเช่นนี้ นั่นก็คือการฉีกหน้ากันอย่างชัดเจน สถานการณ์เช่นนี้หากไม่มีการลงดาบหนักๆ สักหน คงไม่มีทางจบลงได้
ทางฝั่งขุนนางฝ่ายทหาร หยางหลินเองก็ขมวดคิ้ว เขาคิดว่าจะมีความขัดแย้ง แต่ก็ไม่คิดว่าความขัดแย้งจะรุนแรงถึงเพียงนี้ อีกอย่างหนึ่ง ขุนนางเล็กๆ ขั้นสี่ทั้งสามคนนี้ ทำไมถึงได้กล้าล่วงเกินเช่นนี้? พวกเขามองเห็นตำแหน่งและสถานะปัจจุบันของหลี่เตาอย่างชัดเจนแล