“เป็นไปไม่ได้… ไม่… เป็นไปได้เยี่ยงไร…” บุรุษชุดคลุมดำนอนแผ่รำพึงกับตัวเองอย่างเจ็บปวดอยู่ท่ามกลางเศษหิน หน้ากากของเขาแตกยับไปหมด ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและไม่อยากจะเชื่อ
เขารู้ว่าหากเผชิญหน้ากับมรรคาจารย์ ตนเองจะต้องพ่ายแพ้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะพ่ายแพ้ยับเยินเช่นนี้ เขายังไม่ได้แตะต้องตัวมรรคาจารย์ด้วยซ้ำ
เจียงฉางเซิงก้มลงมองเขา เหตุที่ปล่อยให้เขายังเหลือลมหายใจก็ด้วยมีเรื่องต้องการถาม เมื่อเห็นว่าบุรุษชุดคลุมดำพ่ายแพ้ลงในพริบตา นักพรตชิงชวีและร่างเงาดำต่างตระหนกลนลานขึ้นมา สวี่หมางกลับแอบรู้สึกโชคดีและรู้สึกซาบซึ้งต่อมรรคาจารย์อย่างเปี่ยมล้น นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มรรคาจารย์ไว้ชีวิตเขา ครั้งก่อนนั้นเป็นเพราะอาจารย์ต่างเผ่าของเขาปากไม่มีหูรูด ครั้งนี้เป็นเพราะเขาถูกคนเหล่านี้จูงจมูก
เจียงฉางเซิงมองร่างเงาดำแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อไปตำหนักยมโลกแล้ว ภายหน้าอาจได้พบกับพี่น้องของเจ้า”
อนุภาพแสนสะพรึงมาเยือน! ร่างเงาดำสลายไปในพริบตา เป็นเช่นแสงเทียนที่ดับมอด
เจียงฉางเซิงมองบุรุษชุดคลุมดำอีกครั้งและกล่าวว่า “จางอิงคงถูกเจ้าสังหาร ช่างเถิด ข้าคร้านจะสอบถามอีก” พลังไร้รูปยกศีรษะของบุรุษชุดคลุมดำขึ้นมา เวลานี้เขาเหมือนกับหุ่นกระบอกที่ถูกชักใย เขาเพิ่งได้เห็นมรรคาจารย์ ก็พลันมีลำแสงสีทองหนึ่งปกคลุมใบหน้าของเขา ดวงเนตรมหามรรคา!
สวี่หมาง นักพรตชิงชวี และจูเทียนจื๋อ ต่างต้องสะท้า