การที่ปล่อยให้อวิ๋นอ๋องหลบหนีไปได้นั้นเป็นการพิสูจน์ว่าการโจมตีของเขายังไม่หนาแน่นพอ และในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องเพิ่มกำลังการโจมตี
ดังนั้นอาวุธที่สร้างจากพลังปราณโลหิตจึงปรากฏรอบตัวหลี่เตามากขึ้น เมื่อยิงออกไปหนึ่งร้อยชิ้น ก็จะมีสองร้อยชิ้นก่อตัวขึ้นใหม่รอบกายเขา สิ่งที่เน้นก็คือการโจมตีแบบต่อเนื่อง
ในขณะที่อวิ๋นอ๋องกำลังหลบหนีไปทางหนึ่ง การโจมตีของหลี่เตาก็จะพุ่งตรงเข้ามาปกคลุมจากทุกทิศทาง
ด้วยเหตุนี้จากเดิมที่อวิ๋นอ๋องเป็นฝ่ายไล่โจมตีหลี่เตา ตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันกลายเป็นหลี่เตาไล่โจมตีอวิ๋นอ๋องแทน
แน่นอนว่าการทำได้ถึงขั้นนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย นั่นก็คือการสิ้นเปลืองพลังปราณโลหิตอย่างมาก
แต่สำหรับหลี่เตาแล้วเรื่องนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป ประการแรกความสามารถในการฟื้นฟูของเขาแข็งแกร่งมาก พลังปราณโลหิตในร่างเพียงพอให้เขาใช้ได้สักระยะหนึ่ง
ประการที่สองแม้ว่าอวิ๋นอ๋องจะต้องการหลบหนี แต่สถานการณ์ก็อาจไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไร ท้ายที่สุดแล้วทัณฑ์สวรรค์นั้นยังคงแขวนอยู่เหนือศีรษะ พร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
เมื่อเทียบกับเขาแล้วคนที่ควรจะร้อนใจมากกว่าคงเป็นอวิ๋นอ๋อง หลี่เตาไม่จำเป็นต้องเอาชนะอวิ๋นอ๋อง เขาเพียงแค่ต้องถ่วงเวลาจนกว่าทัณฑ์สวรรค์จะตกลงมาก็พอ
อีกด้านหนึ่ง
“สารเลว!”
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของหลี่เตาในตอนนี้ อวิ๋นอ๋องจึงรู้สึกอัดอั้นจนอยากจะกระอักเลือด เขาไม่เคยคิด