“องค์ชายเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ เสี่ยวชิงจือก็จ้องมองไปยังหลี่เตาที่อยู่บนกำแพงเมืองด้วยดวงตาเรียวยาวของเขา
ฟุ่บ!
ในชั่วขณะถัดมาร่างของเขาก็ได้พุ่งออกไปราวกับภูตผี
“จัดทัพ!”
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย สวีหู่ก็สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมทันที เริ่มรวมพลังกองทัพวิญญาณ
แต่ทว่าเสี่ยวชิงจือไม่ได้เลือกที่จะปะทะกับกองทัพหมาป่า เมื่อเข้าใกล้เมืองเทียนหนานแล้วเขาก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ ร่างพุ่งตรงไปยังกำแพงเมือง
เมื่อเห็นภาพนี้ พวกสวีหู่ที่เดิมทีตั้งใจจะไล่ตามก็หยุดชะงักทันที
ขณะมองร่างของเสี่ยวชิงจือ จางเมิ่งที่อยู่ท่ามกลางกองทัพหมาป่าผู่ถูก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า
“ข้าเคยเห็นคนอยากตาย แต่ไม่เคยเห็นคนที่กระตือรือร้นอยากตายขนาดนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสวี่ยปิงที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าแสดงความเห็นด้วย
ในขณะที่เสี่ยวชิงจือเคลื่อนไหว หลี่เตาก็คอยจับตาดูอยู่ตลอดและพบว่าพลังของอีกฝ่ายอยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์
เดิมทีหลี่เตาคิดจะดูว่าเมื่อกองทัพหมาป่าผู่ถูเผชิญหน้ากับผู้มีพลังระดับมหาราชาปรมาจารย์จะเกิดผลอย่างไร แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะละทิ้งกองทัพหมาป่าผู่ถูแล้วพุ่งตรงมาที่เขาเช่นนี้
“น่าสนใจ”
หลี่เตาเอ่ยพึมพำ
ทางฝั่งนี้ด้วยความเร็วระดับมหาราชาปรมาจารย์แล้ว นั้นเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ เสี่ยวชิงจือก็มาถึงเบื้องหน้าหลี่เตา
แม้คำสั่งของอวิ๋นอ๋องคือให้ถ่วงเวลารั้งพวกหลี่เตาเอาไ