หลังจากที่เฉินโหยวพูดจบ อวินอ๋องก็ดึงความคิดของเขากลับออกมาจากความทรงจำ ในขณะนี้สีหน้าของเขาดูย่ำแย่อย่างผิดปกติ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผ่านไปกว่าร้อยปีแล้วจะยังมีคนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างละเอียดเช่นนี้ เขาไม่จำเป็นต้องมองก็รู้สึกได้ว่ามีบางคนเริ่มจ้องเขาด้วยสายตาประหลาด ตั้งแต่โบราณกาล ผู้ที่ทรยศหักหลังล้วนเป็นที่รังเกียจของผู้คน
ที่นี่ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายธรรมะหรืออธรรม มีเพียงแค่แพ้หรือชนะเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเป็นผู้ที่พ่ายแพ้เช่นนี้
พอคิดถึงตรงนี้ พลังในร่างของเขาก็เดือดพล่านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้เมฆดำบนท้องฟ้าเกิดการเคลื่อนไหว
“องค์ชาย” เมื่อเห็นความผิดปกติของท้องฟ้า เสี่ยวชิงจือก็อดร้องเรียกไม่ได้
อวินอ๋องพ่นลมหายใจออกจากปากแล้วระงับพลังในร่างกาย
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่มีอารมณ์อื่นใดหลงเหลืออยู่อีก เสียงเรียบเฉยดังขึ้นบนลานโล่ง “ตามคำสั่งของข้า จงเหยียบย่ำเทียนหนานให้ราบคาบ อย่าไว้ชีวิตทั้งคนและสัตว์”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น เหล่าผู้นำของกองทัพสิบทิศก็สบตากัน ในชั่วขณะถัดมา “ฆ่า! เหยียบย่ำเทียนหนานให้ราบคาบ!”
พร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง กองทัพสิบทิศแปดหมื่นนายและตระกูลตู๋อีกส่วนหนึ่ง รวมถึงผู้คนที่เหลือได้พุ่งเข้าโจมตีเมืองเทียนหนานทันที
นอกเมืองเทียนหนาน กองทัพหมาป่าฝูถูสามพันนาย “กรรรร!” เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้น สวีหู่และเจ้าเสื