และให้ท่านสาบานต่อหน้าบรรพบุรุษราชวงศ์ว่าจะปกป้องชายแดนทางใต้ตลอดชีวิตและจะไม่ก้าวเข้าเมืองหลวงอีก”
“ในตอนนั้นท่านก็น่าจะสาบานตามที่ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงขอร้องใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ อวินอ๋องก็พลันเงียบลงทันที นั่นหมายความว่าเขายอมรับโดยปริยาย
จากนั้นเฉินโหยวก็พูดต่อว่า “แต่เดิมนันฮ่องเต้องค์ก่อนทรงเชื่อว่าท่านจะรักษาคำสาบานเพราะเห็นแก่บรรพบุรุษเป็นแน่ แต่สิ่งที่พระองค์ไม่คาดคิดก็คือท่านไม่ได้มีความตั้งใจที่จะรักษาคำสาบานนั้นเลยแม้แต่น้อย”
“ดังนั้นเมื่อท่านได้รับข่าวการสวรรคตของฮ่องเต้องค์ก่อน สิ่งแรกที่ท่านทำก็คือเลือกที่จะระดมกำลังทหารจากชายแดนใต้แล้วยกทัพมุ่งหน้าเข้าโจมตีเมืองหลวง”
“ในเวลานั้นเนื่องจากฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต ราชสำนักจึงปั่นป่วน อีกทั้งประกอบกับสถานะของท่านทำให้ท่านสามารถรุกคืบได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด บุกตรงมาถึงเมืองหลวง”
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ท่านไม่มีทางคาดคิดเลย นั่นคือก่อนที่ฮ่องเต้องค์ก่อนจะสวรรคต พระองค์ได้ทรงวางแผนสำรองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ อวินอ๋องก็จมอยู่ในห้วงความทรงจำ ที่หน้าประตูเมืองหลวง เขากำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ ประตูเมืองหลวงจนแตกออกและเตรียมจะนำทัพเข้าเมือง หากกองทัพเข้าเมืองได้ เขาก็จะอยู่ห่างจากบัลลังก์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น ในขณะนั้นทั้งในและนอกราชสำนัก นอกจากคนส่วนน้อยและขุนนางที่เป็นกลางบางส่วนแล้ว ส่วนใหญ่ต่างยอมรับ