เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดังสายน้ำ เพียงชั่วพริบตาเวลากว่าสองปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมืองหลวง
ในวันนี้พร้อมกับการมาเยือนของราตรีอันมืดมิด จู่ๆ เมฆดำทะมึนก็ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง ลมกรรโชกเริ่มพัดโหมกระหน่ำไปตามท้องถนน ท่ามกลางเมฆดำเหล่านั้นบางคราวก็มีอสนีบาตแลบวาบผ่าน จากนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังตามมา
และในเวลานี้ ณ ตำหนักหมิงเยว่ พระราชวังต้าเฉียน
“เจ็บจัง”
ในตำหนักที่มืดสลัวพลันมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างกะทันหัน องค์หญิงหมิงเยว่กำลังนอนราบอยู่บนเตียง
ในตอนนี้องค์หญิงหมิงเยว่ไม่ได้มีท่าทางเย็นชาสูงส่งเหมือนดังแต่ก่อน ขณะนี่นางสวมเพียงชุดชั้นในบางเบา เส้นผมยุ่งเหยิงกระจายอยู่บนหมอนหยก
ใบหน้างดงามนั้นซีดขาว ที่หน้าผากมีเหงื่อเย็นเกาะอยู่ สองมือของนางกำผ้าปูที่นอนแน่น ความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ท้องนูนใหญ่ของนาง
ปากของนางเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าบัดนี้ทารกในท้องของนางกำลังจะคลอดออกมาแล้ว ในเวลานีนนางกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้กำเนิดทารก เนื่องจากไมอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงเรื่องทารกคนนี้ได้ ทุกอย่างจึงต้องอาศัยความพยายามของนางเพียงผู้เดียว
ในห้วงความคิด
จีหมิงเยว่เอ่ยปลอบประโลมว่า “หมิงเยว่ ออกแรงอีกหน่อย ทารกกำลังจะคลอดแล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่กัดริมฝีปากพลางกล่าว “เจ้าบอกว่าพวกเราทั้งสองเป็นคนเดียวกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่สามารถช่วยข้า