ไม่สามารถยกชายชราอายุกว่าร้อยปีผู้นี้ขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะออกแรงมากเพียงใดก็ไม่เป็นผล
จนกระทั่งฉูจ้าวลุกขึ้นเอง หลี่เต้าถึงได้สติกลับคืนมา
ฉูจ้าวค่อยๆ เอ่ยบอกว่าได้รับคำสอนจากท่านผู้ว่าการหลี่จนเข้าใจหลักธรรมอันยิ่งใหญ่ สมควรแสดงความเคารพในฐานะศิษย์
ชั่วขณะนั้นหลี่เต้าถึงกับไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขาเพียงแค่กล่าวถ้อยคำของบุรุษผู้เป็นปราชญ์จากชาติก่อนเท่านั้น ไม่เคยคิดว่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวายใหญ่โตเช่นนี้
พอพูดจบฉูจ้าวก็หันกลับไปมองศิษย์ทั้งหลายของสำนักเหวินหัว “นับจากวันนี้เป็นต้นไป ศิษย์ทั้งหลายของสำนักเหวินหัวของเรา พึงปฏิบัติต่อท่านผู้ว่าการหลี่ดุจเดียวกับปฏิบัติต่อข้า ทำตามหน้าที่ของศิษย์ รับผิดชอบในฐานะศิษย์”
“ขอรับ!”
เหล่าศิษย์ของสำนักเหวินหัวที่ฟื้นคืนจากความตกตะลึงแล้ว ไม่มีผู้ใดที่มีความคิดขัดแย้งต่อคำพูดของฉูจ้าวเลยแม้แต่น้อย
เพราะพวกเขาในฐานะศิษย์ของฉูจ้าวส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้บำเพ็ญขงจื๊อ และหากแม้จะไม่ใช่ แต่ก็ล้วนเข้าใจเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญขงจื๊ออยู่ดี
ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจดีถึงความสำคัญของถ้อยคำแห่งการรู้แจ้งในธรรมนั้น
กล่าวโดยง่ายก็คือ ประโยคนั้นเทียบได้กับพระคุณแห่งการสร้างชีวิตใหม่ สามารถทดแทนการบำเพ็ญอย่างยากลำบากตลอดครึ่งหลังชีวิตของฉูจ้าวหรืออาจมากกว่านั้นได้
ท้ายที่สุดแล้วตั้งแต่อดึตจนถึงปัจจุบัน ไม่รู้มีคนมากมายเพียงใดที่ติดอยู่ในขั้นตอนนี้ และพอติดขัดก็ติดไปทั้งชีวิ