ราณโลหิตเมื่อแยกออกจากร่างกายของเขาแล้วจะสลายไปโดยธรรมชาติ แต่ตอนนี้มันสามารถแยกออกจากร่างกายของเขาได้แล้ว หากทำได้ถึงขั้นนี้วิธีการใช้พลังปราณโลหิตของเขาก็จะมีมากขึ้น ไม่สามารถเทียบกับก่อนหน้านี้ได้แล้ว ในตอนนั้นเองจู่ๆ หลี่เต้าก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา
อวัยวะภายในทั้งห้าเป็นตัวแทนของธาตุทั้งห้า การเกื้อหนุนกันนั้นเป็นไปได้แล้ว การข่มกันล่ะ?
พอคิดมาถึงตรงนี้หลี่เต้าก็ลงมือปฏิบัติทันที เมื่อพลังนั้นหมุนเวียน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่ร่างกายของเขา แต่เป็นพลังปราณโลหิตที่รวมตัวอยู่ในมือของเขา เห็นได้ชัดว่าพลังปราณโลหิตที่เดิมทีสงบนิ่งนั้นเหมือนกับมีน้ำมันราดลงบนกองไฟ เดือดพล่านขึ้นมาในทันที
พลังปราณโลหิตไม่ได้ง่ายต่อการควบคุมเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป หรือพูดอีกอย่างคือแทบจะควบคุมไม่ได้เลย หลี่เต้ามองดูพลังปราณโลหิตบนฝ่ามือ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความรุนแรงจากมัน “ฮึ่ม”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็ควบคุมพลังปราณโลหิตนี้ให้เล็กลงเล็กจนกำได้ด้วยมือเดียว ในชั่วขณะถัดมาเขาก็กำมันไว้ในฝ่ามือ ทันใดนั้นความเจ็บแปลบก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือ เมื่อกางฝ่ามือออกดูพลังปราณโลหิตอันรุนแรงได้หายไปแล้ว และผิวหนังบนฝ่ามือของเขาก็หายไปหนึ่งชั้นเช่นกัน เพียงชั่วพริบตาบาดแผลเล็กน้อยนี้ก็หายสนิทอีกครั้ง
“พลังทำลายล้างนี้ช่างร้ายกาจยิ่งนัก”
หากการหมุนเวียนอย่างเกื้อหนุนกันระหว่างอวัยวะภายในทั้