ราวกับว่าระดับชีวิตของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากคนธรรมดา
“ฝ่ามือเลือดพิโรธ!” ทันใดนั้นเฉินหยางก็ลงมือโจมตีอีกครั้ง หลี่เต้ายยกง้าวขึ้นรับอย่างไม่ลังเล
แต่ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนคือ แม้จะเป็นฝ่ามือเดียวกันแต่ฝ่ามือของเฉินหยางครั้งนี้มีพลังมากกว่าครั้งก่อนถึงสามส่วน
และนี่ยังไม่จบเพราะเมื่อเฉินหยางโจมตีอย่างต่อเนื่อง พลังฝ่ามือของเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามาแรงขึ้นทุกระลอก
สุดท้ายแล้ว อากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนสี กลายเป็นสีเลือดแดงฉานทันที หลังจากฝ่ามือนั้นผ่านไป ร่างของหลี่เต้าก็ถูกผลักกระแทกถอยหลังไปถึงร้อยจั้ง
“นี่มัน…”
หลังจากยืนได้มั่นคงแล้ว หลี่เต้าพลันขมวดคิ้วสายตาจับจ้องไปที่เฉินหยาง
เมื่อครู่นี้ฝ่ามือนั้นทำให้เขานึกถึงความรู้สึกกดดันที่ภิกษุชราแห่งชนเผ่าเป่ยหมาน ได้ปลดปล่อยออกมาในครั้งสุดท้ายที่ลงมือกับเขา
แต่เมื่อเทียบกับภิกษุชรา ความรู้สึกของเฉินหยางดูเหมือนจะยังไม่เข้มข้นนัก
แต่ความกดดันนี้กลับให้ความรู้สึกคุกคามอย่างเลือนรางแก่เขา เมื่อเห็นว่าหลี่เต้าถูกผลักถอยไปเฉินหยางก็แสยะยิ้มอย่างอดไม่ได้ ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา
“หากไม่ได้บรรลุถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์ เจ้าก็ไม่มีทางรู้ถึงแก่นแท้ของระดับมหาราชาปรมาจารย์!”
เมื่อคำพูดนั้นจบลง พลังปราณแท้รอบกายเฉินหยางก็เดือดพล่าน
ในชั่วขณะถัดมาร่างของเขาพลันกลายเป็นลูกแสงสีเลือดพุ่งช