“ช่างหยามหน้ากันเกินไปแล้ว!” เมื่อมองแผ่นหลังของศิษย์สำนักปีศาจเลือดที่เดินจากไป เหมียวจ้านก็อดพูดออกมาไม่ได้
เหมียวหรงกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “พอเถอะ เมื่อมาถึงอาณาเขตของผู้อื่น พวกเขาจะจัดการอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ทุกคนนั่งลงเถิด”
ที่นั่งถูกจัดไว้เป็นคู่ ทั้งสองคนนั่งข้างกัน เหมียวหรงและเหมียวจ้านนั่งแถวเดียวกัน ส่วนหลี่เต้ากับเหมียวเมี่ยวซินนั่งอยู่ด้านหลังของทั้งสอง เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานคนที่เหลือก็เข้ามาในตำหนัก
ในระหว่างนั้น มีทั้งคนจากกองทัพสิบทิศและคนจากตระกูลอู่ ดูเหมือนว่าเพื่อยั่วยุผู้คนจากตระกูลเหมียวโดยเจตนา หลังจากผู้นำของตระกูลอู่นั่งลงแล้ว ยังหยิบจอกสุราบนโต๊ะขึ้นมายกไปทางเหมียวหรงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเฉียงๆ เพื่อแสดงความเคารพ
แต่เหมียวหรงกลับนิ่งเฉย อดทนเก็บอาการ เมื่อคนตระกูลอู่เห็นว่าฝ่ายตระกูลเหมียวไม่หวั่นไหว ก็พลันรู้สึกว่าไม่สนุกแล้ว จึงเริ่มสนทนากับคนอื่นๆ รอบข้าง หากตระกูลอู่ต้องการตั้งรกรากในเขาหมื่นลี้อย่างมั่นคง พวกเขายังจำเป็นต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้ดี
เมื่อกองทัพสิบทิศ ตระกูลอู่ และคนตระกูลเหมียวนั่งลงแล้ว ผู้คนที่เหลือก็เข้ามาในงานอย่างรวดเร็ว หลังจากทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้ว บุคคลผู้หนึ่งสวมชุดคลุมยาวของสำนัก ผู้อาวุโสเสวี่ยปิง เอ๊ย! ผู้อาวุโสสำนักปีศาจเลือดก็เดินขึ้นไปบนแท่นสูงกลางหอประชุม
“ขอเชิญเจ้าสำนัก!”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ศิษย์สำนัก