วกับเทพเจ้าเหยียบยืนบนโลกมนุษย์
“สามธาตุบรรจบเหนือกระหม่อม หวนคืนสู่แรกปฐม วิถีมรรคาเป็นไปตามธรรมชาติ วิญญาณกับร่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง ฝึกฝนมาแล้วสามร้อยปี ก็ควรถึงคราวสำเร็จเป็น เซียน ได้แล้ว!”
เจียงฉางเชิงพึมพำกับตัวเอง เคล็ดวิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่สิบก็ผุดขึ้นในห้วงสมองของเขาแล้ว… วิชาเซียน!
เขาหายวับไปจากภายในอาราม เพียงเสี้ยววินาทีก็ไปปรากฏตัวอยู่เหนือกลางเวหา เหนือศีรษะคือความว่างเปล่าอันดำมืด เขาเงยหน้ามองไม่เห็นแม่น้ำสายยักษ์นอกพิภพ เขารู้สึกได้ว่าตนสามารถทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางนี้ไปได้ แต่เขาไม่ทำ เขายังลืมดวงตาลึกลับนั้นไม่ลง มันช่างน่าสะพรึงกลัว หากคิดจะผ่านด่านเคราะห์นอกพิภพ ต้องตกเป็นเป้าสายตาของอีกฝ่ายแน่นอน
เขาก้มหน้าลงมองเห็นทั่วทั้งมหาอาณาจักรเทียนจิ่ง ต้าจิ่งแท้จริงแล้วช่างเล็กนัก… เจียงฉางเชิงในเสื้อคลุมขนนกเทพกิเลนพลิ้วสะบัดไปตามสายลม มหาอาณาจักรด้านล่างตกสู่สายตาของเขา เขาเห็นมหาสมุทรไร้ขอบเขต ทว่าตอนนี้มองลงไป มหาสมุทรไร้ขอบเขตนั้นก็เป็นเพียงแค่ทะเลสาบผืนหนึ่งบนแผ่นดินไทฮวงเท่านั้นเอง
เปรี้ยง!!
เหนือศีรษะของเจียงฉางเซิงบังเกิดเมฆอัสนีขึ้นกลางอากาศ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว พลันปั่นป่วนรุนแรง เขานั่งขัดสมาธิต่อทันที คัมภีร์ภูผาสมุทรกับคันฉ่องฟ้าดินปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงเทพสุดขอบตะวันด้านหลังก็พลันสาดส่องออกมาอย่างเจิดจ้า ด่านเคราะห์สวรรค์เริ่มก่อตัวแล้ว!
เจียงฉางเชิง