อยไม่สั่นอีกต่อไป สีหน้าก็เริ่มกลับมาเปล่งปลั่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่ากุ่ยก็จับชีพจรของเจ้าบ้าตัวน้อยอีกครั้ง ครู่หนึ่งผ่านไปเหล่ากุ่ยแสดงสีหน้าตกตะลึงเอ่ยว่า “ชีพจรเริ่มสม่ำเสมอแล้ว ดูเหมือนยาวิเศษนั่นจะได้ผล”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นซานและสวีหู่ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลี่เต้ามองดูเจ้าบ้าตัวน้อยที่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติก่อนจะถามว่า “เหล่ากุ่ย นี่ต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะฟื้น?”
เหล่ากุ่ยลองคิดวิเคราะห์ดู “การต่อสู้กับจิตสำนึก ยากที่จะตัดสินผลแพ้ชนะในเวลาอันสั้น อย่างเร็วก็สองสามวัน อย่างช้าอาจต้องใช้เวลาสิบวันถึงครึ่งเดือน”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าก็ตามพวกเรากลับไปก่อน”
สำหรับเรื่องนี้ เสิ่นซานและคนอื่นๆ ไม่มีใครคัดค้าน เมื่อโอกาสถูกหยิบยื่นมาตรงหน้าแล้ว จะมีเหตุผลอะไรให้ปล่อยมือเล่า?
ระหว่างทางกลับไปยังหมู่บ้านเมฆา เสิ่นซานได้เล่าถึงเหตุผลที่พวกเขาดักสกัดราชันกู่เกราะทองออกมา เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะไปที่หมู่บ้านสายลมเพื่อ ‘ยืม’ ราชันกู่ออกมาด้วยยาที่เหล่ากุ่ยปรุงไว้ แต่บังเอิญพบว่าราชันกู่เกราะทองถูกคนของตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศพาตัวไปเสียแล้ว จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
พอพูดถึงหมู่บ้านสายลม สีหน้าของเหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็ไม่สู้ดีนัก หลี่เต้าเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาจึงเอ่ยปากว่า “วางใจเถิด ในเมื่อพวกเจ้าตกลงเข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการแล้ว เรื่องนี้ข้าจะจัดการให้ถึงที่สุ