บัติราชันกู่ติดตามเขาไปเสียเลย แต่เขารู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่บ้าง หากให้คนอื่นมาเห็นเข้า นี่มันเหมือนกับส่งราชันกู่มาให้ยังไม่พอ ยังส่งสตรีศักดิ์สิทธิ์มาให้อีกคน
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่หลี่เต้าก็พอจะเข้าใจความคิดของเหมียวหรง ด้วยสถานะของราชันกู่หยกขาวในหมู่บ้านเมฆา แม้แต่เหมียวหรงผู้อาวุโสสูงสุดคนนี้ก็ยังไม่มีวิธีจัดการมัน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจละทิ้งราชันกู่ได้ ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถละทิ้งราชันกู่ได้ ผู้อาวุโสสูงสุดผู้นี้ก็ไม่อาจติดตามหลี่เต้าไปเพื่อคอยดูความเคลื่อนไหวของราชันกู่ได้ตลอดเวลา จึงได้แต่เลือกผู้ที่จะปรนนิบัติราชันกู่รุ่นต่อไปมาแทน
และเหมียวเมี่ยวซินก็คือผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นรุ่นถัดไป ดังนั้นจึงต้องส่งนางไปอยู่ข้างกายหลี่เต้า
ที่ด้านข้าง เหมียวหรงเห็นหลี่เต้าไม่มีปฏิกิริยาเป็นเวลานาน จึงคิดว่าหลี่เต้าคงรู้สึกไม่เต็มใจอยู่บ้าง แต่ว่าเหมือนอย่างที่หลี่เต้าคิด เขาไม่สามารถควบคุมราชันกู่หยกขาวได้ สุดท้ายเหมียวหรงมองเหมียวเมี่ยวซินแวบหนึ่งแล้วสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยว่า
“ท่านผู้ว่าการ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้ารู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกท่าน”
หลี่เต้าเพิ่งได้สติกลับมาจึงถามโดยไม่ทันคิด “เรื่องอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถาม เหมียวหรงมองซ้ายมองขวาแล้วลดเสียงลงพูดเบาๆ “ที่จริงแล้วสตรีของตระกูลเหมียวสามารถแต่งงานออกไปได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหลี่เต้าก็พลันชะงักไปทันที เช่นเดียวกันเหมียว