“ช่วยไม่ได้แล้วหรือ…”
หลี่เต้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วค่อยๆ เอ่ยปากว่า “ข้าขอลองดูสักครั้งได้หรือไม่?”
เหมียวหรงสีหน้าชะงักไป รีบถามทันทีว่า “หรือว่าท่านผู้ว่าการมีวิธีรักษาราชันกู่?”
หลี่เต้าตอบตามตรง “ข้าแค่บอกว่าอาจจะลองดูได้ แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรข้าไม่กล้ารับรอง”
เมื่อก่อนหน้านี้คนตระกูลเหมียวได้บอกไว้แล้วว่าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อเขา การช่วยเหลือตามความสามารถก็เป็นสิ่งที่ทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับเขาแล้วก็ไม่มีอะไรเสียหายด้วย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมียวหรงก็เอ่ยว่า “สตรีศักดิ์สิทธิ์ มอบราชันกู่ให้ท่านผู้ว่าการด้วย”
“ไม่ต้องหรอก”
ขณะที่พูด หลี่เต้าเดินเข้าไปหาราชันกู่ที่นอนนิ่งอยู่ เขาก้มลงมองราชันกู่หยกขาวที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย จากนั้นเขาก็แบฝ่ามือออก ในชั่วขณะถัดมาพลังปราณโลหิตอันเข้มข้นก็เริ่มรวมตัวกันในฝ่ามือของเขา สุดท้ายเลือดวิเศษก้อนเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนนั้น ตามมาด้วยกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ลอยฟุ้งไปทั่วอากาศ
“พวกเจ้าดูราชันกู่สิ!”
ในตอนนั้นเองมีคนหนึ่งส่งเสียงร้องตกใจออกมาอย่างกะทันหัน สายตาของทุกคนตกลงบนร่างของราชันกู่ในทันที เมื่อมองเห็นได้ชัดเจน ทุกคนพบว่าราชันกู่หยกขาวที่เมื่อครู่ยังนอนแน่นิ่งเริ่มขยับเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
ในที่สุดหลังจากใช้ความพยายามอย่างมาก ราชันกู่หยกขาวก็กระพือปีก ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง แต่เนื่องจากปีกของมันหักเสียหาย มันจึงไม่สามารถ