านอา ท่านรีบหน่อยนะ ถ้ารอจนผู้นั้นจากไปก็คงสายเกินไปแล้ว”
“ข้ารู้แล้ว”
เนื่องจากในชั่วขณะนั้นความสนใจของผู้คนฝั่งอู่คุนล้วนจดจ่ออยู่ที่กลุ่มคนที่กำลังทยอยออกไปจากอัฒจันทร์ จึงไม่ได้ให้ความสนใจกับฝั่งตระกูลเหมียวมากนัก อีกทั้งถึงแม้จะสังเกตเห็นพวกเขาก็คงไม่คิดอะไรมาก
ด้วยมีราชันกู่หยกขาวอยู่ ผู้คนฝั่งตระกูลเหมียวย่อมไม่อาจก่อความวุ่นวายอะไรได้ ดังนั้นเหมียวหงจึงมาถึงข้างกายเหมียวหรงได้อย่างราบรื่น
“ผู้อาวุโสสูงสุด”
เมื่อได้ยินเสียงเหมียวหรงก็หันมามอง ยามนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้หวังอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบันนี้แล้ว
“เหมียวหง? เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร…”
เหมียวหงมองไปรอบๆ ก่อนจะกระซิบบอก “ท่านผู้อาวุโส ความจริงแล้วตอนนี้พวกเรายังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะแก้ไขสถานการณ์คับขัน”
“หือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ใบหน้าของเหมียวหรงพลันปรากฏแววตื่นตะลึง “ยังมีวิธีอะไรอีกหรือ?”
เหมียวหงกวาดตามองร่างนั้นบนอัฒจันทร์ จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เขาและเหมียวอวี่เคยพบเจอที่เมืองเทียนหนานอย่างรวดเร็ว หลังจากเล่าเรื่องเกือบหมดแล้ว สุดท้ายเขายังกระซิบเบาๆ อีกครั้ง
“ท่านผู้อาวุโส โอกาสสุดท้ายของพวกเราคือผู้ว่าการท่านนั้น ด้วยความสามารถที่เขาเคยใช้จัดการกับตระกูลซุนในเมืองเทียนหนาน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะรับมือกับพวกตระกูลอู่เหล่านี้ได้”
“และราคาที่ต้องจ่าย น่าจะเป็นสิ่งที่ข้าเคยกล่าวไว