ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้าก็นำทหารกองทัพฝูถูที่เหลือกลับมายังจวนผู้ว่าการ
“จบเรื่องแล้วหรือ?”
โจวเซิงเดินมาที่ห้องโถงใหญ่ เอ่ยปากถามหลี่เต้าที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน
“อืม”
หลี่เต้าจิบชาร้อนพลางพยักหน้า
“แล้วต่อไปล่ะ?”
“ต่อไปหรือ?”
หลี่เต้าหันไปทางประตูแล้วเอ่ยเรียก
“เฉินโหยว”
ไม่นานนัก ร่างของเฉินโหยวก็เดินเข้ามาจากด้านนอก ประสานมือคำนับพลางกล่าวว่า
“ขอท่านผู้ว่าการโปรดสั่งการ”
หลี่เต้าพูดขึ้น
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าไป สั่งให้หยางเหยียน จ้าวถ่ง เว่ยอวิ๋น และจางเมิ่ง ทั้งสี่คนนำกองทัพฝูถูคนละห้าร้อยนาย ไปควบคุมและปิดล้อมประตูเมืองทั้งสี่ทิศตะวันออก ตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือของเมืองเทียนหนานก่อนยามซวี”
“ก่อนที่จะมีคำสั่งยกเลิก อนุญาตให้เข้าได้แต่ห้ามออก หากมีผู้ใดฝ่าฝืนบุกเข้ามา ไม่ต้องรอคำสั่งจากข้า สามารถสังหารได้ทันที”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินโหยวก็กล่าวทันทีว่า
“รับคำสั่ง!”
หลังจากที่เฉินโหยวจากไป สีหน้าของโจวเซิงก็พลันเปลี่ยน เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ท่านผู้ว่าการ นี่…”
หลี่เต้าดื่มชาในถ้วยรวดเดียวจนหมด เขามองออกไปที่นอกประตูพลางกล่าวอย่างเชื่องช้า
“พวกเขาได้รับโอกาสและเวลาแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของพวกเขาเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โจวเซิงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน
หรือว่า…
…
ช่วงเย็น หลังจากท้องฟ้ามืดลงแล้ว
กองทัพฝูถ