ลอยอวลอยู่ในอากาศ
บนพื้นรอบ ๆ ห้องใต้ดินมีกองกระดูกขาวน่าสยดสยองกระจายอยู่ไปทั่ว
และตรงกลางกองกระดูกเหล่านั้น ยังมีสระน้ำทรงกลมยาวสิบกว่าจั้ง
ของเหลวในสระไม่ใช่น้ำ แต่กลับเป็นเลือดสีแดงที่มีฟองผุดขึ้นมาไม่หยุด
ท่ามกลางเลือดสีแดงนี้ มีร่างสามร่างนั่งขัดสมาธิอยู่ในสระเลือด
ร่างทั้งสามนี้มีร่างกายผอมแห้ง ผมและขนเป็นสีขาวแซมดำ ดูราวกับซากศพแห้งดำกระด่าง
เมื่อเห็นร่างทั้งสาม ซุนเต๋อโหวก็วางเชิงเทียนลง แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าร่างชราทั้งสามในทันที
“ทายาทตระกูลซุน ซุนเต๋อโหว คารวะบรรพบุรุษทั้งสาม!”
หลังจากที่คำพูดของซุนเต๋อโหวจบลงได้ไม่นาน สระสีเลือดก็พลันเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ร่างที่อยู่ทางขวาสุดในสามคนนั้นก็ลืมตาขึ้น
เนื่องจากร่างกายที่ผอมโซ เบ้าตาจึงลึกโหลเข้าไป ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างผิดปกติ
“ซุนเต๋อโหว?”
สายตาของร่างทางขวาตกลงบนตัวซุนเต๋อโหว เอ่ยปากด้วยเสียงแหบแห้งว่า
“รุ่นเต๋อ เช่นนั้นเจ้าก็คงเป็นหลานชายของข้าสินะ”
ซุนเต๋อโหวคุกเข่าลงตามสถานการณ์พลางกล่าวว่า
“คารวะท่านปู่!”
ร่างทางขวาค่อย ๆ กล่าวว่า
“กฎเหล็กของตระกูลซุน หากไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องตาย ห้ามปลุกพวกเราเด็ดขาด”
“เจ้าจงบอกมาเถิดว่าตระกูลซุนกำลังเผชิญอันตรายใดอยู่”
ซุนเต๋อโหวจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลซุนเมื่อวานนี้อย่างละเอียดครบถ้วน
“ราชสำนักหรือ? เจ้าคงไม่ได้คิดจะฆ่าผู้ว่าการคนนั้นกระมัง? เจ้ารู้หรือไม่ว่า