องร่างที่อยู่ซ้ายสุด ทั้งสองต่างพยักหน้าให้กัน
หลังจากนั้น ร่างทั้งสองก็เคลื่อนไหวพร้อมกันด้วยท่าทางที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
พร้อมกับการเคลื่อนไหวนั้น สระเลือดพลันเดือดพล่านรุนแรงยิ่งขึ้น
และสารสีแดงในสระเลือดก็เริ่มไหลวนเข้าหาร่างทั้งสอง
เมื่อสารสีแดงเหล่านั้นรวมตัวกัน ร่างทั้งสองที่เมื่อครู่ยังผอมโซก็เริ่มอวบอิ่มขึ้น
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ร่างทั้งสองลุกขึ้นยืนจากสระเลือด
รูปลักษณ์ของพวกเขาเปลี่ยนไปมาก ทั้งร่างดูอิ่มเอิบขึ้น ยกเว้นเส้นผมที่หงอกขาว
ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนคนปกติทั่วไป
เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาของซุนเต๋อโหวก็แวบผ่านด้วยแววอิจฉา
ร่างของซุนซิวสังเกตเห็นสายตานั้น จึงเอ่ยถามว่า
“เจ้าตอนนี้มีวรยุทธ์ขั้นใด?”
ซุนเต๋อโหวก้มศีรษะประสานมือคำนับตอบ
“ตอบท่านปู่ทวด ตอนนี้ข้าอยู่แค่ขั้นกึ่งปรมาจารย์ จึงมาขอให้บรรพบุรุษออกจากที่ซ่อน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนซิวก็พูดขึ้นทันที
“จงฝึกฝนให้ดี เมื่อเจ้าฝึกจนถึงขั้นปรมาจารย์ เจ้าก็จะสามารถฝึกในสระเลือดนี้พร้อมกับพวกเราได้”
“เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จ ข้าจะสละตำแหน่งประมุขใหญ่ของตระกูล แล้วเข้าสู่การปิดด่านตาย”
“หากไม่ทะลวงด่านก็ไม่ออกมา”
ซุนเต๋อโหวพยักหน้ารับ
ซุนซิวพยักหน้า จากนั้นก็หันไปมองสระเลือดที่มีสีจางลง
“หลังจากจัดการเรื่องจวนผู้ว่าการเสร็จ อย่าลืมเติมพลังเลือดให้สระด้วย”
“ทราบแล้วขอรับ”
ซุนเต๋อโหวพยักหน้า
ในตอนนั้นเอง ซุนเฉิงที่