จินโม่ที่ราชาลั่วอวิ๋นกล่าวถึงไม่ใช่ใครอื่น เขาคือแม่ทัพของกองทัพสนับสนุนเผ่าลั่วอวิ๋นที่หนีกลับมาจากด่านฟู่เฟิง
“ฝ่าบาท แต่ข้าคิดว่า…” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของจินโม่ก็ฉายแววลังเลออกมา
“แต่ว่าอะไร? พูดมาตามตรงเถอะ”
จินโม่กัดฟันก่อนจะเอ่ยว่า “ฝ่าบาท พระองค์ไม่กังวลว่าต้าเฉียนจะแก้แค้นพวกเราหรือ?”
พูดตามตรง นับตั้งแต่กลับมาจากด่านฟู่เฟิง ในใจเขาก็ไม่เคยสงบลงได้เลย รู้สึกราวกับมีดาบที่มองไม่เห็นแขวนอยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา
“ต้าเฉียน? แก้แค้น?” ราชาลั่วอวิ๋นโบกมือด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “ทุกปีพวกเราก็มีคนไปยั่วยุต้าเฉียน พวกเขาเคยแก้แค้นเมื่อไหร่กัน”
“แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ด่านฟู่เฟิงเกือบจะถูกตีแตกแล้ว” จินโม่กล่าว
ราชาลั่วอวิ๋นตอบ “เกือบจะถูกตีแตก แต่ก็ยังไม่ได้ถูกตีแตก อีกอย่าง เรื่องนี้ราชาถ่ามู่เป็นคนก่อเรื่องก่อน พวกเราแค่ส่งกำลังสนับสนุน ถ้าต้าเฉียนจะแก้แค้นจริง ๆ ก็ต้องแก้แค้นเผ่าถ่ามู่แน่นอน หรือเจ้าคิดว่าต้าเฉียนจะกล้าแก้แค้นทั้งเผ่าลั่วอวิ๋นและเผ่าเลี่ยหั่วพร้อมกัน? เป็นไปไม่ได้หรอก”
“แต่องค์ราชา…”
“ข้าถามเจ้าเพียงประโยคเดียว เจ้าเต็มใจจะไถ่โทษด้วยผลงานหรือไม่ หากไม่เต็มใจข้าก็จะเปลี่ยนคนอื่น”
“ข้า…” เมื่อเห็นจินโม่ดูเหมือนจะพูดต่อ ราชาเผ่าลั่วอวิ๋นก็รู้สึกหมดความอดทน
“พอเถอะ ในเมื่อเจ้ารู้สึกว่าต้าเฉียนจะบุกเข้ามา เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็ไปเฝ้าที่กำแพงเมือง ดูว่าต้าเฉียนจะสามารถบุกเข