ินก็ดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว บนใบหน้าจึงไม่ได้แสดงความประหลาดใจมากนัก เพียงแค่เอ่ยว่า
“น่าเสียดายจริง”
การกระทำของหยางหลินก็เป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเท่านั้น
ในที่สุด สายตาของทุกคนก็กลับมาจับจ้องที่ฉีเซิ่งอีกครั้ง
เฉินโหยวยังได้เน้นย้ำอีกครั้งในจังหวะที่เหมาะสมว่า
“ขอแม่ทัพจงลงโทษฉีเซิ่งด้วย”
หลี่เต้าพยักหน้า มองไปที่ฉีเซิ่ง
“ฉีเซิ่ง เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”
ฉีเซิ่งเงยหน้าขึ้น สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ไม่มีผู้ใดแสดงความเห็นอกเห็นใจเขาเลย ตั้งแต่ครั้งที่เขาปัดความรับผิดชอบทิ้ง ก็ได้ทำลายมิตรภาพทั้งหมดไปแล้ว
หากในตอนนี้จะผู้ใดออกมาพูดแทนเขา ก็คงเป็นเพียงคนโง่เท่านั้น
แม้แต่หยางเหยียนที่เคยปกป้องฉีเซิ่งมาตลอด ในยามนี้ก็ได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบภายใต้สายตาของหยางหลิน
ในตอนนี้ ฉีเซิ่งก็รู้ว่าต่อให้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ อีกทั้งการลงโทษที่เฉินโหยวมอบให้เขาก็นับว่าโชคดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิตไว้
เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากไปกว่านี้ ในที่สุดเขาก็ก้มหน้าขบฟันกล่าว
“ฉีเซิ่งยอมรับการลงโทษ”
“ดีแล้ว”
หลี่เต้าหันไปทางนอกห้องโถงใหญ่ “เรียกคนมา”
ไม่นาน จางเมิ่งและเสวียปิงก็เดินเข้ามา
หลี่เต้าชี้ไปที่ฉีเซิ่งแล้วสั่งว่า “พาเขาไปลงโทษ สองร้อยไม้”
จางเมิ่งก้มมองดูฉีเซิ่งแล้วยิ้มกว้าง
“ขอรับท่านผู้บัญชาการ ข้ารับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ”
พูดจบ ทั้งสองคนก็จับแขนข้างละคนแล้วลากฉีเซิ่งออกไป