็พึมพำกับตัวเอง
“คงไม่มีใครไล่ตามมาแล้วกระมัง”
จากนั้นเขาก็หยิบถุงน้ำใบหนึ่งจากหลังม้ามาเปิดออก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสุราลอยออกมา ที่เป็นสุราไม่ใช่น้ำ เพราะในฤดูหนาวดื่มสุราจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้มากกว่า
เขาแหงนหน้าดื่มอึกใหญ่ แล้วพ่นลมหายใจยาว เห็นเป็นควันขาวออกมา
อาจเป็นเพราะฤทธิ์สุราแรงอยู่บ้าง อีกทั้งเขายังดื่มรวดเร็ว ใบหน้าจึงแดงก่ำขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“เจ้าพวกชนเผ่าเป่ยมหานบัดซบ”
ด้วยฤทธิ์สุราและเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงนี้ทำให้ฉีเซิ่งรู้สึกกดดันอย่างมาก เขาไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป จึงระบายความในใจออกมาด้วยคำด่าทอ
แต่เดิมเขาคิดว่าตนเองจะได้รับตำแหน่งต่อจากอาจารย์ แล้วก็จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักสองสามปี สั่งสมประสบการณ์เพื่อเพิ่มพูนชื่อเสียง จากนั้นก็จะใช้สายสัมพันธ์เพื่อย้ายกลับเมืองหลวงหาตำแหน่งดี ๆ ให้ตัวเอง
แต่ไม่คาดคิดว่าชนเผ่าเป่ยมหานจะก่อเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ พอนึกถึงตรงนี้ เขาก็คว้าถุงสุรามาดื่มอีกอึกใหญ่
สุราอึกนี้ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกด่านฟู่เฟิง จึงอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมาอีกครั้ง
“พวกสารเลว ล้วนแต่เป็นพวกชั่วช้าทั้งนั้น ทั้งที่แพ้แล้ว เหตุใดยังต้องยืนหยัดอยู่ที่นั่น หนีมาพร้อมข้าไม่ดีกว่าหรือ การอยู่ที่นั่นทำให้พวกเจ้าดูสูงส่งหรือ?”
“ไม่! พวกเจ้าล้วนเป็นพวกโง่เขลาทั้งสิ้น”
ในตอนนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเสิ่นจงที่บาดเจ็บสาหัสสลบไสลอยู่บนห