างผู้หนึ่งรีบตอบว่า “ย่อมเป็นมรรคาจารย์พ่ะยะค่ะ
นอกจากท่านผู้นั้นแล้วยังมีใครเปล่งอำนาจเช่นนี้ได้อีก!”
เจียงหานถอนหายใจโล่งอก ใบหน้าเผยความคาดหวัง
บรรพบุรุษ ในที่สุดท่านก็ยอมลงมือแล้ว!
เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าคางคกวิเศษฟ้าดินในหม้อเล็กตัวนั้นกำลังสั่นหัวไปมา
แล้วเริ่มชักกระตุกทั้งตัวสุดท้ายก็แข็งทื่อไม่ไหวติง
ราวกับไม้กระบี่เทพจิตวิญญาณปักอยู่บนพื้นดินขวางกั้นระหว่างมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินทั้งหลาย
ราวกับแยกฟ้าดินออกเป็นสองส่วน
กวนทงโยวมองเงากระบี่ยิ่งใหญ่ตระการตานั้นในใจเปี่ยมไปด้วยความเคารพ
นี่ต้องเป็นวิชายุทธ์และพลังปราณระดับใดกันถึงสามารถควบแน่นเป็นกระบี่นี้ได้
ช่องว่างระหว่างเขากับมรรคาจารย์ยังคงห่างไกลเหลือเกิน
กวนทงโยวยิ้มออกมาคิดอยู่ในใจว่า
“เป็นครั้งที่สองแล้ว ชีวิตนี้ข้าเป็นหนี้ท่านผู้อาวุโส คงไม่มีวันชดใช้หมดแน่”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงย่างเท้าเดินหน้า ร่างกายของเขาใหญ่ดังขุนเขายักษ์
ทุกย่างก้าวทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน
พลังของเขายิ่งเดินยิ่งแผออกกว้าง ส่งผลไปถึงแนวรบที่อยู่ห่างไกล
ร่างอันคล้ายเทพผู้เปิดสวรรค์ของเขาทําให้ผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์แค่ได้เห็นก็รู้สึกขวัญผวา
แม้มรรคาจารย์จะลงมาเยือนแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับตัวตนอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ มรรคาจารย์จะรับมืออย่างไร
“ยังไม่คิดจะเผยตัวอีกหรือ”
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงพูดเสียงเย็นชา น