ปลายปีเป็นปีที่หิมะขาวปกคลุมทั่วเมืองอีกครา เมืองจิงเฉิงแลดูงามแปลกตาในม่านสีขาวอันเวิ้งว้าง เมืองนี้เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติยาวนานนับพันปี ไม่ใช่เพิ่งสถาปนาขึ้นเมื่อราชวงศ์ต้าจิ่งก่อตั้งแคว้น เดิมทีเคยเป็นเมืองหลวงของสองราชวงศ์ในสมัยสิบสามรัฐ ราชวงศ์ฉู่ก่อนหน้านั้นก็ตั้งเมืองหลวงไว้ที่นี่เช่นกัน
เจียงฉางเซิงนั่งอยู่บนต้นวิญญาณปฐพี ก้มมองทั่วเมือง เห็นผู้คนสัญจรไปมาในตรอกซอกซอยใหญ่เล็ก จิตใจพลันเคลื่อนไหว ชาติก่อนเขาก็เป็นคนธรรมดาดิ้นรนเพื่อปากท้อง จึงสามารถเข้าถึงมุมมองของสามัญชนได้ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งโลกีย์ พลังอันไร้รูปร่างที่ดูราวกับไม่มีอยู่ แต่กลับสามารถผลักดันให้โลกนี้หมุนไปในทิศทางเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อฝึกฝนวิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่เก้า เจียงฉางเซิงพบว่าตนเองชื่นชอบการสังเกตโลกมนุษย์ มองดูสรรพสิ่งในฟ้าดิน แม้เพียงการเกิดและร่วงโรยของต้นหญ้าก็ทำให้เขาเกิดปัญญารู้แจ้ง หรืออาจกล่าวได้ว่านี่คือทางผ่านที่ผู้จะเป็นเซียนต้องเดิน ต้องเข้าใจชีวิต
เจียงฉางเซิงทอดมองสภาพผู้คนในเมืองจิงเฉิง หวนคิดถึงเหล่าผู้ศรัทธาที่เขาเคยยื่นมือช่วยเหลือ ผู้ศรัทธาที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาลล้วนมีชีวิตเปลี่ยนไป ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่เปลี่ยนไปในทางดี บ้างก็หันเข้าสู่ความชั่ว บ้างก็เลิกศรัทธาในตัวเขา เรื่องราวมีมากมายหลายแบบ บางคนถูกตระกูลใหญ่ในเมืองกดขี่จนไร้ทางออกเขาจึงยื่นมือช่ว