จบก็กลับเข้าไปในแถว
ราชาถ่ามู่สูดหายใจลึก แล้วถามต่อว่า “มีผู้ใดมีเรื่องอื่นจะกล่าวอีกหรือไม่?”
ในตอนนั้น มีคนหนึ่งก้าวออกมาจากฝูงชน “เซินต๋า ข้าจำได้ว่าเจ้ารับผิดชอบเรื่องภายในเผ่า เจ้ามีอะไรจะรายงานหรือ?”
เซินต๋าก้มหัวคำนับพลางกล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท ช่วงนี้มีทหารม้ากลุ่มหนึ่งปรากฏตัวในเขตแดนของเผ่า พวกมันเที่ยวเผาทำลายและปล้นสะดม ขณะนี้ทราบว่ามีค่ายของห้าตระกูลถูกทหารม้ากลุ่มนี้ทำลายไปแล้ว”
“หืม?” ราชาถ่ามู่ขมวดคิ้วทันที แล้วถามว่า “มีการสืบทราบหรือไม่ว่าทหารม้ากลุ่มนี้มาจากที่ใด?”
เซินต๋าก้มหัวต่ำลงไปอีก ตอบว่า “ทูลฝ่าบาท เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหวรวดเร็วและคล่องแคล่ว มีเพียงบางคนที่เห็นเป้าหมายแต่ไกล จึงยังไม่สามารถระบุตัวตนที่แน่ชัดของพวกมันได้ขอรับ”
“เคลื่อนไหวรวดเร็วและคล่องแคล่ว?” ราชาถ่ามู่ครุ่นคิด “นั่นแสดงว่าม้าของพวกมันมีคุณภาพสูง อย่างน้อยก็สูงกว่าม้าทั่วไปในทุ่งหญ้ามากทีเดียว”
“หรือว่าจะเป็นเผ่าอื่นที่เห็นพวกเรากำลังโจมตีต้าเฉียน จึงฉวยโอกาสนี้มาก่อกวน?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินต๋าจึงเอ่ยว่า “เป็นไปได้ขอรับ แล้วฝ่าบาทจะให้จัดการกับกองกำลังนี้อย่างไรหรือ?”
ราชาถ่ามู่เอ่ยเสียงเข้มทันทีว่า “กล้ามาล่วงเกินเผ่าถ่ามู่ของพวกเรา จำต้องให้บทเรียนพวกมันเสียหน่อย ให้พวกมันรู้ว่าแม้ตอนนี้พวกเรากำลังทำศึกกับต้าเฉียน ก็ไม่ใช่ว่าใครก็กล้ามาหาเรื่องได้”
“ก็แค่ม้าเร็วเท่านั้น แจ้งหน่ว