้าเสียเวลามาหลายปีเปล่า ๆ”
เสวียปิงพูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าก็ยังได้บรรดาศักดิ์ทหารชั้นสาม พวกเราส่วนใหญ่ได้แค่ชั้นหนึ่ง บางคนยังไม่มีบรรดาศักดิ์ด้วยซ้ำ”
จางเมิ่งหัวเราะเบา ๆ พร้อมทำท่าอวดกล้าม “ก็เพราะข้าแข็งแกร่งอย่างไรเล่า”
ไม่มีใครโต้แย้งประโยคนี้ ด้วยระดับที่สี่ขั้นปลาย นับว่าเป็นหนึ่งในทหารที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว หากไม่ใช่เพราะจางเมิ่งเข้าประจำการช้า อีกทั้งยังก่อความผิดบ่อยครั้ง ด้วยพละกำลังของเขา การเป็นหัวหน้ากองร้อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก ภายในค่ายหวงซาทั้งหมด เขาให้เกียรติเพียงแม่ทัพจ้าวเท่านั้น แม้แต่หัวหน้ากองร้อยคนอื่น ๆ เขาก็ไม่เคยยอมรับ
เมื่อเห็นสายตาอิจฉาของเสวียปิงและคนอื่น ๆ หลี่เต้ารู้สึกสะท้อนใจ จึงถามขึ้น “พวกเจ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสวียปิงตอบทันทีโดยไม่ลังเล “ต้องอยากอยู่แล้ว แต่ไม่มีทางเลือก พวกเราส่วนใหญ่นอกจากจางเมิ่งแล้ว ล้วนเป็นคนธรรมดา หนึ่งคือพ้นวัยฝึกฝนไปแล้ว วิชายุทธ์ที่ทางกองทัพมอบให้ก็ฝึกยากมาก สองคือพรสวรรค์ไม่ดี ฝึกฝนก็เสียเวลาเปล่า การฝึกเพื่อเพิ่มพลังยังสู้การฝึกร่างกายไม่ได้เลย”
หลี่เต้าเข้าใจเรื่องนี้ดี นี่เองคือเหตุผลที่ทหารธรรมดาส่วนใหญ่ในกองทัพไม่มีพื้นฐานวรยุทธ์ติดตัว
จากที่เขาเข้าใจ ในกองทัพมีวิชายุทธ์พิเศษสำหรับทหารธรรมดาที่ใช้ฝึกฝน เพราะไม่มีราชวงศ์ใดต้องการกองทัพที่มีแต่ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งนั้น วิชานั้นถูกออกแบบมาเพื่อการ