ั้นเป็นยศทหารขั้นสิบก็ต้องการจำนวนศัตรูที่ต้องสังหารมากมายมหาศาล ซึ่งสำหรับทหารทั่วไปแล้วถือเป็นจำนวนที่สูงเกินกว่าจะทำได้ง่าย ๆ หลังจากนั้น ก็เป็นการเดินบนภูเขาซากศพและทะเลเลือดเพื่อปูทางให้ตนเอง
ความสำเร็จของแม่ทัพต้องแลกมาด้วยกองกระดูกนับหมื่น นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และนั่นเป็นเพียงแค่แม่ทัพธรรมดาเท่านั้น หากแม่ทัพระดับสูงต้องการเลื่อนขั้นด้วยการสังหาร ก็ต้องอ้างอิงคำพูดที่ว่า ‘ต้องสังหารให้ได้เก้าล้านคน จึงจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่ผู้ยิ่งใหญ่’
“ท่านแม่ทัพรบกวนท่านแล้ว” หลี่เต้าพยักหน้าพลางกล่าว
“รบกวนอะไรกัน นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ” พูดจบ จ้าวถ่งก็เอ่ยปากต่อทันทีว่า “การขอรับบรรดาศักดิ์ทางทหารนั้นต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ไม่อาจได้มาในเร็ววัน แต่ข้ามีรางวัลพิเศษจะมอบให้เจ้า”
หลี่เต้าดวงตาเป็นประกาย “ขออนุญาตถามว่าเป็นรางวัลอะไรหรือ?”
จ้าวถ่งจ้องมองมาด้วยดวงตาคู่นั้น พูดตรง ๆ ว่า “เจ้าอยากบัญชาการทัพหรือไม่?”
เป็นรางวัลแบบนี้จริง ๆ ด้วย! ตั้งแต่จ้าวถ่งเอ่ยปาก หลี่เต้าก็เดาได้บ้างแล้ว เมื่อเจอคำถามเช่นนี้ หลี่เต้าพยักหน้าทันทีพลางกล่าวว่า “แน่นอนว่าข้าคิดเช่นนั้น”
จ้าวถ่งยิ้ม “ข้าก็รู้” จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ด้วยความสามารถของเจ้า การเป็นหัวหน้ากองร้อยไม่ใช่เรื่องยาก แต่เจ้าเพิ่งเข้ากองทัพ แม้จะมีชัยชนะในสงครามมากพอ แต่อาวุโสยังไม่เพียงพอ แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ในกองทัพมีการเล