ิ้งตัวลงนอนบนเตียงและหลับใหลไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งได้ยินเสียงหายใจเป็นจังหวะ จางเมิ่งและคนอื่น ๆ จึงสบตากันแล้วค่อย ๆ ขยับตัวอย่างระมัดระวัง
มีคนหนึ่งอดไม่ไหวกระซิบว่า “พี่จาง ล้วนเป็นความผิดของท่าน ไม่มีอะไรก็ส่งเสียงเอะอะ ทำให้พวกเราต้องถูกตีกันทั้งหมด” เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเมิ่งจึงจ้องตาอย่างไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าข้าอยากโดนตีหรือ?”
ในตอนนั้น มีคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าประหลาด “พวกเจ้าว่าข้าแปลกประหลาดเกินไปหรือไม่ ตอนที่เขาอยู่ข้ารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว แต่หลังจากโดนตีครั้งนี้ ข้ากลับรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก”
พอพูดจบ คนที่พูดก็ชะงัก เขาพบว่าสีหน้าของคนรอบข้างต่างก็ดูประหลาดเช่นกัน “อย่าบอกนะว่าพวกเจ้า…”“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าก็รู้สึกเช่นกัน ข้านึกว่าตัวเองมีปัญหา จึงไม่กล้าพูดออกมา”“นับข้าด้วยคนหนึ่ง ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน”
มีคนหนึ่งมองไปที่จางเมิ่ง “พี่จาง หรือว่าท่าน…”จางเมิ่งหน้าแดงก่ำด้วยความละอาย กัดฟันพูดว่า “ข้าก็ทำดีที่สุดแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่าถ้าไม่ได้ระบายออกมา คงจะเครียดจนเสียสติ”
ในตอนนั้น มีคนหนึ่งพูดประเด็นสำคัญขึ้นมา “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไป” ทันใดนั้น ทุกคนต่างพากันเงียบลง วันนี้โดนซ้อมมาขนาดนี้ ต่อไปพวกเขาจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ในเมื่อทุกคนอยู่ในกระโจมเดียวกัน ต้องเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เสวียปิงเดินมาอยู่ข้าง