องตน จู่ ๆ เห็นคนเดินเข้ามา จึงพูดอย่างไม่พอใจว่า “เสวียปิง เจ้าละทิ้งหน้าที่อีกแล้ว ข้าว่าเจ้าอยากถูกขังเดี่ยวแน่ ๆ”
เสวียปิงยิ้มอย่างขมขื่น “ท่านแม่ทัพ ข้ามีเรื่องมาหารือกับท่าน”
“เรื่องอะไร รีบพูดมา พูดเสร็จแล้วรีบไปประจำการซะ”
“ท่านแม่ทัพ ทหารใหม่ที่ท่านพูดถึงก่อนหน้านี้มารายงานตัวแล้ว”
“ทหารใหม่หรือ?”
จ้าวถ่งชะงักไป ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอย่างหงุดหงิด “ทหารพวกนั้นคงไม่ได้แกล้งทหารใหม่จนย่ำแย่ แล้วมาขอร้องให้ข้าช่วยกระมัง ข้าก็บอกแล้วว่าให้ระวังหน่อย พวกเจ้า…”
เสวียปิงสีหน้าบึ้งตึงพลางขัดคำพูดของแม่ทัพใหญ่ “ท่านแม่ทัพ ท่านฟังข้าก่อนได้หรือไม่”
“จะพูดอะไรกัน มีอะไรให้พูดอีก?”
จ้าวถ่งกล่าวอย่างโมโห “ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกพวกเจ้าแล้วให้ระวังตัวหน่อย ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ค่ายทหารพวกเราจะรับคนใหม่ได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสวียปิงอดพึมพำไม่ได้ “รับคนใหม่? มีแต่ผีน่ะสิที่อยากมาสถานที่อัปมงคลเช่นนี้”
จ้าวถ่งหูกระดิก เบิกตาโพลง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?!”
เสวียปิงหดคอ รีบพูดต่อ “พอเถอะท่านแม่ทัพ รอให้ข้าอธิบายให้กระจ่างก่อนได้หรือไม่”
ขณะที่เสวียปิงกำลังจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากนอกกระโจม
“รายงาน!”
ภายในชั่วขณะถัดมา ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามาในกระโจม คุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมประสานมือรายงาน “ท่านแม่ทัพ พวกชนเผ่าเป่ยหมานมาอีกแล้วขอรับ!”
“พวกชั่ว