เป่ยหมานเสร็จค่อยว่ากันเรื่องอื่น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลี่เต้าก็เป็นประกายวาบขึ้นมา
ช่างเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะยิ่งนัก เพิ่งมารายงานตัวก็เจอเรื่องดีเช่นนี้เข้าให้ เช่น การถูกโจมตีค่ายในครั้งนี้ก็ด้วย
เสวียปิงเห็นหลี่เต้าเงียบไป นึกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจกับการจัดการเช่นนี้ ด้วยไม่เคยมีใครที่ยังไม่ได้รายงานตัวอย่างเป็นทางการก็ถูกส่งไปออกรบ จึงอธิบายว่า “ค่ายทหารหวงซาเป็นเช่นนี้ หากเจ้าไม่คุ้นเคย… เดี๋ยวก่อน เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
เขามองดูหลี่เต้าที่ขึ้นม้าไปแล้วด้วยสีหน้างุนงง
หลี่เต้าทำหน้าสงสัย “ก็ท่านบอกว่าต้องออกรบไม่ใช่หรือ?”
เสวียปิงได้แต่คิดในใจว่า เหตุใดเจ้าจึงกระตือรือร้นเช่นนี้
แต่ในยามนี้ก็ไม่อาจสนใจเรื่องอื่นได้มากไปกว่านี้ หากรอต่อไปคงถือเป็นความผิดฐานละเลยหน้าที่
ดังนั้นเขาจึงรีบไปที่คอกม้าข้าง ๆ จูงม้าตัวหนึ่งออกมาแล้วกล่าวว่า “ตามข้ามา”
ทั้งสองคนขี่ม้าตามผู้คนออกจากเมืองหวงซาอย่างรวดเร็ว
…
ในเวลาเดียวกัน ณ เขตกันชนใกล้ค่ายทหารใหญ่ของเมืองหวงซา
ทหารม้าเป่ยหมานหลายร้อยนายขี่ม้าวนเวียนอยู่รอบบริเวณ
ภาพเบื้องหน้านี้ทำให้ทหารยามสองนายแห่งเมืองหวงซาโกรธจัดจนแทบระงับไม่อยู่
“บัดซบ! พวกชั่วช้าพวกนี้มาอีกแล้ว ข้าอยากจะบุกเข้าไปจัดการพวกมันเหลือเกิน”
ทหารนายหนึ่งอดกลั้นไม่ไหวเอ่ยขึ้น
“รอก่อน พวกมันยังไม่ได้ล่วงล้ำเขตกันชน พวกเราไม่อาจลงมือตามอำเภอใจได้”
ทหารอีกนายแม้จะโกรธเช่นกัน