ูไม่เป็นอันตรายเลย
นายทหารผู้นำกลุ่มไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นิ่งเงียบ ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย หลี่เต้าค่อย ๆ เดินขึ้นแท่นประลอง เนื่องจากหลายคนทำผลงานได้ไม่ดีนัก จึงไม่มีใครพูดจาไม่เหมาะสม ส่วนผู้คนด้านล่างแท่นประลองที่เห็นคนขึ้นไป ต่างรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะไม่ต้องดูก็รู้ว่าคนผู้นี้จะทดสอบหินก้อนแรก และคงเป็นพวกที่ทดสอบล้มเหลว ผู้จดบันทึกมองดูหลี่เต้าแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าเตรียมจดบันทึกพลางชี้ไปที่คานหินยกน้ำหนักก้อนแรก “ไปลองยกเลย”
“ขอเปลี่ยนได้หรือไม่”“หืม?” ผู้จดบันทึกเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้าไม่อยากทดสอบคานหินยกน้ำหนักก้อนแรกหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทดสอบมีโอกาสเพียงครั้งเดียว หากล้มเหลวก็ไม่สามารถเริ่มใหม่ได้”
ผู้คนมากมายที่อยู่ด้านล่างแท่นประลองต่างได้ยินคำพูดของหลี่เต้า หลายคนต่างรู้สึกว่าช่างน่าขบขัน มีคนหนึ่งอดไม่ไหวตะโกนขึ้นมา “ปล่อยให้เขาทดสอบเถอะ พวกข้าก็อยากดู เมื่อไหร่ที่ค่ายทหารกลายเป็นที่สำหรับเจ้าหนุ่มหน้าขาวแบบนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็กลับบ้านไปกินนมเถอะ เด็กน้อย น้องสาวของลุงคนที่สามของข้าอายุสิบสามยังดูแข็งแรงกว่าเจ้าอีก รีบลงไปเสียเถอะ อย่ามาเสียเวลาของพวกเรา” ไม่ว่าที่ใด ย่อมมีคนที่ชอบเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อยกยอตนเอง โดยเฉพาะในค่ายทหารที่ใช้กำลังเป็นเครื่องพิสูจน์เช่นนี้
หลี่เต้าไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากด้านล่าง กล่าวตรง ๆ ว่า “ข้าเข้าใจดี แต่ข้าก็ยังยืนยั