้สึกเบื่อก็สามารถไปดูการทดสอบที่ข้างแท่นประลองก่อนได้ เพื่อผ่อนคลายจิตใจ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทันที ทุกคนวิ่งไปที่ข้างแท่นประลอง หลี่เต้ารู้สึกสนใจการทดสอบบนแท่นประลองเช่นกัน จึงเดินตามไปด้วย
เมื่อมาถึงข้างแท่นประลอง ก็เห็นคนหนึ่งกำลังทำการทดสอบอยู่บนนั้น เขาเห็นชายผู้นั้นยกคานหินยกน้ำหนักขนาดมหึมาขึ้นอย่างสุดแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความพยายาม เส้นเลือดที่แขนและหน้าผากปูดโปนขึ้นมาทั้งหมด ดูท่าทางกำลังรับแรงกดดันอย่างมาก ด้านข้าง ทหารผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยยืนนิ่งอยู่ แต่หลี่เต้าสังเกตเห็นว่าแม้อีกฝ่ายจะดูสบาย ๆ แต่ก็เตรียมพร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา
หลังผ่านไปชั่วครู่ ผู้เข้าทดสอบก็โยนคานหินยกน้ำหนักลง เสียงกระทบแท่นประลองดังตุ้บ ชายผู้นั้นหันไปมองผู้จดบันทึก เมื่อเห็นผู้จดบันทึกพยักหน้า เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ ดูท่าคงผ่านการทดสอบแล้ว ขณะที่ชายผู้นั้นกำลังจะลงจากแท่นประลอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านล่าง
“ท้าต่อสิ ลองระดับถัดไปเลย”“ใช่ ๆ ๆ ท้าต่อเลย อย่างไรเจ้าก็ผ่านแล้ว”“ยิ่งได้คะแนนดี ค่ายทหารที่จะถูกส่งไปก็จะยิ่งดีด้วย ลองต่อเถอะ”
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างเอ่ยปากเตือนขึ้นมา ชายหนุ่มบนแท่นประลองมีแววตาเป็นประกายด้วยความสนใจ อย่างไรเสียเขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว ลองดูสักตั้งก็คงไม่เป็นไร เขามองไปทางผู้จดบันทึกพลางยกมือถามว่า “ข้าขอถามว่ายังสามารถ