ั่ง และห้าร้อยชั่ง ในจำนวนนี้ เพียงแค่คานหินยกน้ำหนักลูกแรกขึ้นได้ก็ถือว่าผ่านแล้ว แต่จะได้เข้าเป็นทหารธรรมดาในกองทัพทั่วไปเท่านั้น ยิ่งยกได้มากเท่าไหร่ ผลงานก็ยิ่งดี สวัสดิการก็ยิ่งดีตามไปด้วย อีกทั้งยังมีโอกาสได้เข้าร่วมกองกำลังชั้นยอดภายใต้การบังคับบัญชาของท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจ้ง โดยเฉพาะคานหินยกน้ำหนักห้าร้อยชั่งอันสุดท้าย หากผู้ใดยกขึ้นได้ จะได้รับการจัดสรรให้เข้าค่ายทหารที่ดีที่สุด พร้อมรับสวัสดิการดีที่สุด
แน่นอนว่าเงื่อนไขสำคัญคือต้องใช้กำลังร่างกายล้วน ๆ ในการทำสำเร็จ ห้ามใช้พลังปราณเด็ดขาด ในโลกใบนี้ บุรุษที่เป็นผู้ใหญ่ทั่วไปสามารถยกของหนักหนึ่งร้อยชั่งได้ หากผู้ใดยกของหนักหนึ่งร้อยห้าสิบชั่งได้ ก็นับว่าหาได้ยากในหมู่สามัญชน จากจุดนี้จะเห็นได้ว่า การจะเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจ้งนั้นยากเพียงใด อีกทั้งการยกของในที่นี้ต้องเหยียดแขนทั้งสองข้างชูเหนือศีรษะ ยิ่งเพิ่มความท้าทายให้กับตนเองมากขึ้นไปอีก
ทว่าสำหรับหลี่เต้าแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น หลี่เต้ายืนอยู่ใต้แท่นประลอง มองผู้คนทยอยขึ้นแท่นประลองทีละคน พบว่าผู้ที่มาส่วนใหญ่ล้วนมีร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไป ในจำนวนสิบคน กว่าครึ่งสามารถยกคานหินยกน้ำหนักอันแรกขึ้นได้สำเร็จ ส่วนคานหินยกน้ำหนักอันที่สอง ในจำนวนสิบคนมีเพียงหนึ่งถึงสองคนที่ยกได้ ส่วนคานหินยกน้ำหนักอันที่สามยิ่งน้อยลงไปอีก ในจำนว