ะไรหรือ?”
“หากท่านเข้าร่วมกองทัพแล้ว ข้าจะทำเช่นไร ท่านจะทิ้งข้าไปหรือ?” จิ่วเอ๋อร์กอดหยวนเป่าไว้ในอ้อมแขนด้วยความน้อยใจ
หลี่เต้าชายตามมอง “หากเจ้าไม่ปล่อยมือเสียที หยวนเป่าคงถูกเจ้าพาไปแล้ว”
“พาไปแล้วหรือ?” จิ่วเอ๋อร์ก้มมองโดยไม่รู้ตัว แล้วพบว่าตนเองรัดคอหยวนเป่าไว้ ตอนนี้มันแลบลิ้นตาเหลือกแล้ว
“อ๊ะ ขอโทษนะหยวนเป่า ข้าลืมเจ้าไปเสียสนิท” จิ่วเอ๋อร์รีบปล่อยมือ วางมันลงบนแผ่นไม้ของรถม้า หยวนเป่านอนหอบหายใจบนแผ่นไม้ กว่าจะฟื้นคืนสติมาได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อจิ่วเอ๋อร์ค่อย ๆ ยกมือขึ้นจะเข้าใกล้อีกครั้ง หยวนเป่าก็วิ่งหนีไปซ่อนหลังหลี่เต้าทันที ดวงตาเล็ก ๆ ของมันฉายแววหวาดกลัว
หลี่เต้าลูบหัวของหยวนเป่าเพื่อปลอบประโลม แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ข้าไม่เคยพูดว่าจะทิ้งเจ้าเลยนะ หากข้าจะทิ้งเจ้าจริง ๆ ข้าก็คงไม่มาที่เมืองอวิ๋นฉีแล้ว” แท้จริงแล้ว หลี่เต้าได้วางแผนอนาคตของตนเองไว้แล้วระหว่างเดินทางไปเมืองหลวง นั่นก็คือการเข้าร่วมกองทัพ เหตุผลที่เลือกเช่นนี้มีอยู่สามประการ
ประการแรก บรรดาศักดิ์อันหยวนป๋อนี้สืบทอดต่อกันมาจากบิดาของเขา แต่บัดนี้บรรดาศักดิ์ถูกถอดถอนเสียแล้ว หากโลกนี้มียมโลกอยู่จริง เมื่อเขาสูญเสียบรรดาศักดิ์เช่นนี้ วันหนึ่งเมื่อเขาลงไปยังยมโลก คงต้องเผชิญกับการต่อว่าจากบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรเป็นแน่ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ตามหลักแล้วเขาควรจะมองผู้คนที่นี่เป็นเพียงชาวพื้นเมื