น้าทหารยามยังประสานมือคารวะอย่างให้เกียรติ
เมื่อรถม้าของเถี่ยซานเหนียงกำลังจะเคลื่อนผ่านไป ทันใดนั้นรถม้าก็หยุดลง
“โหยวเอ๋อร์”“เจ้าค่ะ”
ม่านหน้าต่างถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าอันน่ารักของปี้โหยวเอ๋อร์ นางหยิบเงินก้อนหนึ่งโยนไปยังหัวหน้าทหารยาม “นี่เป็นของคุณหนู”
หัวหน้าทหารยามไม่ปฏิเสธและยิ้มอย่างนอบน้อมด้วยความเกรงใจ “ขอบคุณคุณหนูเถี่ย ขอบคุณแม่นางโหยวเอ๋อร์”
“ออกเดินทางกันเถอะ” เสียงเรียบเฉยของเถี่ยซานเหนียงดังขึ้น ขบวนรถจึงเริ่มเคลื่อนตัวต่อไป
หลี่เต้าเห็นเช่นนั้นก็ไม่อาจกลั้นยิ้มได้ “นี่สิถึงจะเรียกว่าเถี่ยซานเหนียง”
…
เมื่อรถม้าแล่นเข้าสู่ในเมืองก็พบกับถนนยาว ตามความทรงจำของหลี่เต้า ถนนสายนี้มีชื่อว่าถนนมังกร ทอดยาวยี่สิบลี้ไปจนถึงวังหลวง กว้างเกือบเจ็ดจั้งทั้งในแนวยาวและแนวขวาง แบ่งเมืองหลวงออกเป็นสองฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ฮ่องเต้แห่งต้าเฉียนทุกพระองค์ล้วนผ่านถนนสายนี้เมื่อขึ้นครองราชย์ แม้ว่าจะมีภาพความทรงจำคืนมาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้เห็นภาพอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยตนเองหลี่เต้ายังคงรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ทำให้เขานึกถึงเมืองฉางอันในยุคเรืองอำนาจของราชวงศ์ถังในชาติก่อน ซึ่งมีถนนที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์เส้นหนึ่งชื่อถนนจูเชวี่ย แต่ถนนนั้นมีความยาวเพียงสิบลี้ กว้างหนึ่งสี่สิบห้าจั้งเท่านั้น เมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนมีขนาดใหญ่โตและเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองฉางอันในความทร