่อ แต่ก็ระงับความคิดนั้นลงอย่างรวดเร็ว เพราะนางผู้คุ้นเคยกับการค้าขายดีย่อมรู้ว่าการไล่ตามมากเกินไปมีเพียงจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกรังเกียจ “เมื่อท่านยังไม่มีความคิด ข้าก็จะไม่บังคับ” เถี่ยซานเหนียงหยิบตราประจำตัวสีทองที่สลักตัวอักษร ‘เถี่ย’ ออกจากเอวยื่นให้ “แต่เนื่องจากท่านได้ช่วยชีวิตข้า จึงไม่มีสิ่งใดตอบแทน ขอให้รับตราประจำตัวนี้ หากจะไปที่ใดที่มีตระกูลเถี่ย ท่านเพียงแสดงตรานี้ก็จะเหมือนเป็นตัวแทนของข้า ท่านจะได้เดินทางสะดวกทั่วแคว้นต้าเฉียน”
หลี่เต้ารับตราสัญลักษณ์มาดู ด้านหน้าสลักอักษรเถี่ย แทนตระกูลเถี่ย ด้านหลังสลักชื่อซานเหนียง ตรานี้ทำจากทองคำทั้งชิ้น ต้องบอกว่าไม่เสียชื่อตระกูลเถี่ยที่ร่ำรวย ช่างฟุ่มเฟือยจริง ๆ หากหลอมทองคำนี้ขายเพียงอย่างเดียว คงพอให้คนธรรมดากินได้หลายปี
นอกจากความหมายโจ่งแจ้งแล้ว ตรานี้น่าจะมีความหมายในการปิดปาก เพราะเขารู้ความลับบางอย่างของเถี่ยซานเหนียง “ได้ ขอบคุณสำหรับตราประจำตัวของท่าน” หลี่เต้าไม่ปฏิเสธ ซึ่งเป็นการรับปากที่จะช่วยปกปิดความสามารถของเถี่ยซานเหนียงอยู่กลาย ๆ ได้ยินดังนั้นใบหน้าของเถี่ยซานเหนียงดูดีขึ้นมาก หากเขาปฏิเสธอีก นางคงไม่มีหนทางอื่นเลย
“โหยวเอ๋อร์ รีบเติมชาให้คุณชายหน่อย” ปี้โหยวเอ๋อร์ถูกเรียกให้ตื่นจากภวังค์ทันที “โอ๊ะ! โอ๊ะ!” นางมองตาปริบ ๆ และพยักหน้าอย่างงงงวย ก่อนจะรีบไปหยิบกาน้ำชา
“ไม่ต้องยุ่งยากหรอก” หลี่เต้าโบกมือ “ข้าอยู่