ารถม้าก็แตกกระจาย แผ่นไม้ระเนระนาดปลิวกระจายไปทั่ว ขณะเดียวกันร่างของสองคนก็โผล่ออกมาจากรถม้า หลี่เต้าใช้แขนโอบรอบเอวบางของเถี่ยซานเหนียง ทั้งสองลงมายังพื้นที่ว่างไม่ไกลนัก
“เจ้าวางมือไว้ตรงไหนกัน?” เถี่ยซานเหนียงกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่หลี่เต้า
หลี่เต้าก้มหน้าลงมองก็เห็นว่ามือของตนกำลังจับอยู่ที่เอวบางซึ่งพอดีกับอุ้งมือของเขา แม้จะคลุมด้วยชุดกระโปรงยาว แต่เขายังสัมผัสได้ถึงผิวเนียนนุ่มที่อยู่ใต้ชุด เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเถี่ยซานเหนียง เขาไม่ขยับมือแม้แต่น้อย แล้วตอบอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า “แล้วเจ้าต้องการให้ข้าปกป้องเจ้าอย่างไรล่ะ จะดึงผมหรือจับคอ หรือจะยกขาข้างเดียว?”
ได้ยินเช่นนั้น เถี่ยซานเหนียงจินตนาการภาพการกระทำเหล่านั้นตาม สีหน้าของนางก็ไม่ดี หลี่เต้ามองไปรอบ ๆ เห็นบรรดาคนชุดดำเข้าใกล้ เขาก้มตัวลงพูดที่ข้างหูเถี่ยซานเหนียงเบา ๆ “หากต้องการปกปิดวรยุทธ์ก็กลั้นไว้ เจ้าผ่านมาได้กี่ปีแล้ว จะทนไม่ไหวกับการกระทำเล็ก ๆ นี้เชียวหรือ?”
เถี่ยซานเหนียงฟังไปสีหน้ายิ่งไม่ดี แม้ว่าเหตุผลจะถูก แต่นางไม่เคยสัมผัสชายแปลกหน้ามาก่อนก็ยากที่จะปรับตัว “ระวังตัวด้วย” ทันใดนั้นนางก็ถูกแรงดึงให้ล้มลงไปอยู่ในอ้อมอกที่แข็งแรง
“เจ้า……” นางเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย กำลังจะกล่าวอะไรสักอย่าง แต่กลับเห็นหัวของคนสองคนกระเด็น โลหิตกระจายอยู่กลางอากาศ นางจึงเข้าใจว่าชายผู้นี้กำลังปกป้องตนเอง
“อย่าไ