มันมาจากชนเผ่าโบราณในเทือกเขาทางตอนใต้ของต้าเฉียน หากต้องการรักษาเขาให้หาย จำเป็นต้องเดินทางไปที่นั่น”
สวีหู่ลุกพรวดขึ้นมาพูดว่า “ไป!” หลังจากอยู่ด้วยกันมาหนึ่งเดือน เด็กบ้ากับสวีหู่ที่มีนิสัยคล้ายกันก็ยิ่งสนิทสนม เมื่อเห็นว่าเด็กบ้ามีความหวังที่จะรักษาหายได้ สวีหู่จึงตกลงทันที
เหล่ากุ่ยพยักหน้า “เจ้าว่าจะไปที่ใดข้าก็จะไปที่นั่น ข้าชอบรักษาโรคแปลก ๆ พวกนี้ที่สุด แต่ว่าต้องรอให้แม่ทัพเว่ยคืนอิสรภาพให้พวกเราก่อน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นซานที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกโมโห “เว่ยอวิ๋นผู้นี้คงไม่คิดจะไม่ให้อิสรภาพพวกเราหรอกนะ นี่ก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว ทำไมยังไม่มีคำตอบเสียที”
ในตอนนั้นม่านกระโจมถูกเปิดออก เสียงหนึ่งดังเข้ามา “ข้าเพิ่งเข้ามาก็ได้ยินคนกำลังดูหมิ่นข้าเสียแล้ว”
“ดูหมิ่นเจ้าหรือ? ข้ายังอยากจะตีเจ้าเลย ผ่านมาเดือนหนึ่งค่ายเว่ยอู่ของเจ้าก็เรียบร้อยดี แต่อิสรภาพของข้าล่ะ?” เสิ่นซานหันหลังกลับมาจะด่า แต่พอเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเว่ยอวิ๋นชัด ๆ สีหน้าก็ชะงักไป “สิ่งที่อยู่ในมือเจ้าคือ……”
เว่ยอวิ๋นยิ้มบาง ๆ “ทะเบียน”
เสิ่นซานชะงักไป “จริงหรือ?”
เว่ยอวิ๋น “เจ้าลองเดาดูสิ!”
เสิ่นซาน “……” แม้จะอยากแย่งทะเบียนที่ยังไม่รู้ที่มาเล่มนั้นจากมือของเว่ยอวิ๋น แต่เขาก็รู้ดีว่าตนเองทำไม่ได้
“พอเถอะท่านแม่ทัพ อย่าได้แหย่เขาอีกเลย” หลี่เต้าก้าวออกมาพลางกล่าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ห