นั้น เว่ยอวิ๋นที่อยู่ไม่ไกลออกไปก็ได้ปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนจากเผ่าถ่ามู่
ต้องยอมรับว่าสมกับเป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนจริง ๆ พลังลมปราณแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณที่ทั้งสองคนต่อสู้กัน ทำให้ผู้คนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้
“ไพร่พลราชวงศ์ต้าเฉียน พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาซุ่มโจมตีกองคาราวานของชนเผ่าถ่ามู่ของพวกข้า ไม่กลัวหรือว่าพวกเราชาวเหนือจะทำศึกกับราชวงศ์ต้าเฉียนของพวกเจ้า?”
ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนแห่งชนเผ่าถ่ามู่เห็นลูกธนูหนึ่งแสนดอกที่ตนคุ้มกันกำลังถูกทำลาย จึงตะโกนด้วยความโมโหฉุนเฉียวใส่เว่ยอวิ๋นที่กำลังต่อสู้กับตน
“ทำศึกรึ?”
เว่ยอวิ๋นหัวเราะเยาะเย็นชา ก่อนเอ่ยว่า “คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าพวกเจ้าจะถูกนำธนูพวกนี้ไปทำอะไร อีกอย่าง เรื่องที่เจ้าอ้างว่าชาวเหนือทำศึกกับต้าเฉียนนั้นเป็นเรื่องเท็จ ที่แท้มันคือสงครามระหว่างต้าเฉียนกับเผ่าถ่ามู่ของเจ้าต่างหาก ไม่ใช่ทุกเผ่าในแดนเหนือที่ต้องการต่อกรกับต้าเฉียน”
“เจ้า……”
อีกฝ่ายถูกพูดจนพูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ระบายความโกรธทั้งหมดใส่เว่ยอวิ๋น โจมตีรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน
แต่เว่ยอวิ๋นก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ โดยเฉพาะภารกิจครั้งนี้ เพียงแค่ต้องทำลายลูกธนูหนึ่งแสนดอกไม่ใช่การสังหารผู้คน เขาไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แค่ถ่วงเวลาผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนผู้นี้ไว้ก็พอ ดังนั้นเขาจึงสลับระหว่างการโจมตีและถอยหนี
ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่อยู่ตรงข้ามรู้สึ