แข็งแกร่งที่สุดในสามคนนั้นไม่มีกำลังต่อต้านแล้ว ส่วนคนที่เหลือก็เหมือนปลาติดอยู่ในไห
“ร้อยตำลึงทอง?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่าองครักษ์ตาเป็นประกาย ในใจเริ่มคึกคักอยากได้ ไม่อาจโทษพวกเขาได้ที่โลภมาก เพราะร้อยตำลึงทองนั้นมากมายเหลือเกิน
แม้แต่ในราชวงศ์ต้าเฉียนที่รุ่งเรือง หนึ่งตำลึงทองมีค่าเท่ากับร้อยตำลึงเงิน และหนึ่งตำลึงเงินก็มีค่าเท่ากับร้อยอีแปะ รายได้เฉลี่ยต่อวันของสามัญชนคนหนึ่งอยู่ที่ราวยี่สิบอีแปะ หนึ่งตำลึงเงินเท่ากับรายได้ห้าวันของสามัญชน หนึ่งตำลึงทองเท่ากับรายได้ห้าร้อยวันของสามัญชน และหนึ่งร้อยตำลึงทองเทียบเท่ากับรายได้ห้าหมื่นวันของสามัญชน เพียงพอให้ครอบครัวสามคนใช้ชีวิตได้นานถึงร้อยปี
เป็นที่เข้าใจได้ว่าร้อยตำลึงทองนั้นมีแรงดึงดูดมากเพียงใด
“ฆ่า!”
ในที่สุดองครักษ์คนแรกก็ทนไม่ไหว ชักดาบออกมาแล้วพุ่งเข้าจู่โจมหลี่เต้าและคนอื่น ๆ องครักษ์ที่เหลือก็ยืนนิ่งไม่ได้อีกต่อไป พวกเขาต่างชักดาบแล้วล้อมเข้ามา แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ทันสังเกตคือ ในกลุ่มองครักษ์มีบางส่วนที่ไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อน กลับค่อย ๆ ถอยหลังอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นองครักษ์ล้อมเข้ามา สวีหู่พยายามจะขยับตัว แต่ขาของเขากลับอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด”
หากเป็นหลี่เต้าเพียงลำพัง เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของคนจำนวนมากเช่นนี้ เขาย่อมป้องกันตัวเองได้ แต่เมื่อต้องพาทั้งสวีหู่และคนบ้าตัวน้อยไปด้วย