“กระต่ายเจ้าเล่ห์ตายแล้ว สุนัขล่าเนื้อก็ถูกต้ม นกบินหมดแล้ว ธนูดีก็ถูกซ่อนเก็บ” เว่ยอวิ๋นค่อย ๆ ท่องประโยคนี้ออกมา
ในชั่วขณะนั้นเขารู้สึกถึงความเศร้าสลดอย่างหนึ่ง มีความรู้สึกเหมือนคนจากไปแล้วน้ำชาก็เย็นชืด ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนท่าทีที่มีก่อนหน้านี้ แล้วกล่าวเสียงทุ้มว่า “วางใจเถิด ข้าไม่ใช่คนประเภทนั้น แม้ว่าสิ่งที่ให้พวกเจ้าทำนั้นอันตรายมาก แต่ข้าจะไม่มีวันทำร้ายพวกเจ้าอย่างเด็ดขาด”
“คำพูดของเจ้าช่างไพเราะจริงๆ น่าเสียดายที่เจ้าต้องมาเป็นนักโทษประหารอยู่ที่นี่ เจ้าควรไปสอบขุนนาง บางทีถ้าโชคดีอาจได้เป็นทองแผ่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์และได้หลับนอนกับองค์หญิงก็ได้” เสิ่นซานกล่าวด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ คนที่เขากำลังชมอยู่นั้น แม้จะไม่ได้เป็นพระสวามีเชื้อพระวงศ์ แต่ก็ได้หลับนอนกับองค์หญิงมาแล้ว และยังเป็นองค์หญิงที่มีตำแหน่งสูงสุดของราชวงศ์ต้าเฉียนอีกด้วย
เมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลก ๆ ของเว่ยอวิ๋นและเสิ่นซาน หลี่เต้าจึงนึกขึ้นได้ว่าโลกนี้แตกต่างจากชาติก่อน ดังนั้นกระบวนการทางประวัติศาสตร์จึงแตกต่างกัน บางสิ่งที่มีอยู่ในชาติก่อนอาจไม่มีอยู่ที่นี่ หากไม่มีเรื่ององค์หญิงและไม่มีระบบ เพียงแค่อาศัยบทกวีโบราณจากชาติก่อนก็คงทำให้เขาใช้ชีวิตในโลกนี้ได้อย่างสบายแล้ว น่าเสียดายที่ชาตินี้ไม่มีโอกาสให้เขาได้เป็นนักคัดลอกงานเขียน แต่กลับต้องมาลองประสบการณ์ชีวิตนักโทษประหารที่