โชอี้เค้นเสียงออกมาพลางใช้แขนที่สั่นเทายันกายเพื่อเงยหน้ามองผม แต่เธอไม่ได้ใช้ทักษะบงการกับผม เพราะเธอรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้น มันจะกลายเป็นจุดจบ…
ผมจะทิ้งน้องสาวของเธอและผู้โดยสารทุกคนไว้ข้างหลังทันที หากผมสัมผัสได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของมานาที่พยายามจะล้ำเส้นเข้ามาในสมองของผม
ครั้งนี้ผมจะเป็นคนตัดสินใจเอง และถ้าผมจะพาตัวเองไปเสี่ยง นั่นเป็นเพราะผมมั่นใจว่าผมจะรอดกลับมาพร้อมผลประโยชน์ที่คุ้มค่าเท่านั้น
ฝูงก็อบลินเริ่มแผดเสียง และสูดดมกลิ่น ก่อนจะค่อยๆ หันมาตามต้นเสียงของผมเป็นตาเดียว ต่อให้พวกมันกรูเข้ามาตอนนี้ ผมก็มั่นใจว่าตัวเองหนีเอาตัวรอดได้สบายๆ
แต่ถ้าคนพวกนั้นไม่ยอมสู้ออกมา ผมก็จะไป… ผมจะไม่เอาชีวิตไปทิ้งเพื่อพวกที่เอาแต่นั่งงอมืองอเท้าเด็ดขาด
“ห้า…”
เสียงของผมดังกังวานกดดันบรรยากาศ พวกก็อบลินเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาเราช้าๆ เลิกสนใจตู้ขบวน และผู้โดยสารข้างในไปชั่วขณะ
“สี่!”
ก็อบลิน วอริเออร์ สองตัวคอยใช้หอกทิ่มแทง และผลักพวกตัวเล็กๆ เพื่อกระตุ้นให้พวกมันก้าวร้าวขึ้น
“สาม!”