ผมกลั้นหายใจรอคำตอบครู่หนึ่ง และโชคดีที่เทสพยักหน้าตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ฉันอยากพาเควินไปด้วยค่ะ ฉันยกหอกเล่มเก่าให้เขาไปแล้ว”
เควินยืนอยู่ตรงนั้น สวมชุดเกราะหนังที่ดูเกะกะนิดหน่อยแต่ถือหอกไว้มั่น ความตื่นเต้นฉายชัดบนใบหน้าเจ้าเด็กนั่น ดูเหมือนพวกเขาจะเตี๊ยมเรื่องนี้กันไว้ก่อนแล้ว
ผมขมวดคิ้วครู่หนึ่งก่อนจะยื่นคำขาด
“ถ้าจะพาเขาไป เขาต้องฟังคำสั่งผมทุกคำ”
“เขาจะฟังค่ะ เราคุยเรื่องนั้นกันแล้ว… จริงไหมเควิน?”
เทสหันไปย้ำ
เควินพยักหน้าหงึกๆ ครั้งนี้แววตาเขาดูจริงจังขึ้นมาบ้าง ไม่เล่นตลกเหมือนทุกที
เราใช้เวลาเตรียมสัมภาระกันครู่สั้นๆ ก่อนจะเริ่มออกเดินทางทิ้งความวุ่นวายที่ตู้รถไฟไว้เบื้องหลัง
“ไปกันเถอะ”
ผมออกคำสั่งพลางกระชับกระบองเหล็กในมือ
ผมนำทีมมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่กลุ่มของแฮดวินเพิ่งหายเข้าไป ผมเก็บมีดสั้นเข้าขอบกางเกง แล้วเปลี่ยนมาถือกระบองเหล็กไว้ในมือขวาแทน
ด้วยค่าสถานะความทนทานที่เพิ่มขึ้น ทำให้แขนซ้ายที่หักของผมตอนนี้แทบจะหายสนิทแล้ว มันก็น่ามหัศจรรย์อยู่หรอก แต่ถ้าเทียบกับพลังจิตหรือการควบคุมจิตใจที่ผมเจอมา เรื่องแค่นี้ก็ดูธรรมดาไปเลย