ผ่านไปราวสามสิบนาที เสียงเดนี่ที่สบถพึมพำเบาๆ ก็แว่วมาให้ได้ยิน
“ป่าต่างดาวเฮงซวยเอ๊ย…”
ผมไม่นึกโทษเขาหรอก เพราะพวกเราทุกคนต่างก็อยู่ในอาการประสาทเสีย สะดุ้งโหยงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักหรือใบไม้เสียดสีกัน
แฮดวินพาพวกเราเดินอ้อมเป็นวงกลมโดยรักษาระยะห่างจากตู้ขบวนรถไฟไม่ให้ไกลจนเกินไป ผมสังเกตเห็นเดนี่ เผลอไปแตะลำต้นไม้สองสามครั้งแต่เขาก็ยังดูปกติ แสดงว่าพวกมันคงไม่มีพิษสงอะไรในระดับสัมผัส
“เรากำลังเข้าใกล้จุดที่หมาป่าพุ่งออกมาแล้ว”
เพียงประโยคเดียวจากแฮดวินก็ทำให้ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เดนี่เงียบเสียงลงทันควันจนผมแทบจะได้ยินเสียงเขาบีบอาวุธในมือแน่น ตรงกันข้ามกับผมที่กลับรู้สึกสงบลงอย่างน่าประหลาด
“มีการเคลื่อนไหวทางซ้ายครับ”
ผมกระซิบเตือน
เสียงขึ้นลำปืนของแฮดวินดังคลิกพร้อมกับที่เขาหันไปตามทิศนั้นทันที
“ขยับไปทางขวาอีกนิดครับ!”
ผมรีบบอกพิกัดที่แม่นยำขึ้น เขาเล็งปืนค้างไว้ในขณะที่ร่างคล้ายมนุษย์ขนาดเล็กสองร่างพุ่งพรวดออกจากพุ่มไม้เข้ามาหาพวกเราพร้อมกัน ในมือของพวกมันถือหอกไม้เก่าคร่ำครึ