หยาง “…”
มวลอากาศในห้องกลายเป็นความอึดอัดทันที
สองศิษย์อาจารย์คู่นี้มันยังไงกัน? คนหนึ่งเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำชอบตั้งตัวเป็นนักสืบ ส่วนอีกคนก็หัวรั้นจอมเผด็จการ หาความปกติไม่เจอสักคน
“เงียบทำไม? คุณมีปัญหาอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ” ซูชางหมิงรอไม่ไหว ชิงด่วนสรุปเสร็จสรรพ
ลั่วหยางหรี่ตาลง ความอดทนเริ่มหมด “ศาสตราจารย์ซู ผมจะพูดให้ชัดๆ ตรงนี้นะ ผมคือคนที่ผู้อำนวยการหม่าควักกระเป๋าจ่ายเงินหนึ่งล้านจ้างมาล้างเช็ดปัญหาบ้าๆ นี่ ถ้าคุณไม่อยากให้ความร่วมมือ ผมก็ไม่ฝืนใจ… แต่หลังจากนี้ ถ้านักศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญคนอื่นของคุณหน้าไหนเป็นอะไรขึ้นมาอีก ผมจะไม่ยื่นมือเข้าไปสอดเด็ดขาด!”
คิ้วของซูชางหมิงกระตุก สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
“ถ้างั้นก็เชิญพักผ่อน รักษาตัวด้วย” ลั่วหยางผุดลุกขึ้น หมุนตัวเตรียมเดินออก
ตาแก่นี่คือหัวหน้าทีมโบราณคดี แถมเป็นคนขุดเจออาวุธเจ้าปัญหา ข้อมูลในหัวย่อมลึกกว่าไป๋จิ้งหลายเท่าตัว แต่ถ้าจะดื้อด้านหัวรั้นขนาดนี้ เขาก็ขี้เกียจเสียเวลาดึงดันสู้ ยังไงซะปลายทางเขาก็ต้องลงไปประจันหน้ากับดาบสำริดนั่นในหลุมบูชายัญอยู่ดี
“ผม… ได้ยินเสียง” จู่ๆ น้ำเสียงแหบพร่าก็ดังแทรกขึ้น
ลั่วหยางชะงักเท้า ความตื่นเต้นแล่นปราด