ทว่านักเรียนท้องถิ่นเหล่านั้นต้องกลับบ้านทุกวัน จึงเกิดความอิจฉาริษยาเจ้าพวกที่มีอิสระเหล่านี้อย่างยิ่ง มีเงินมีเวลาว่างไม่มีคนดูแล ทิ้งการเรียนไปเที่ยว ใครล่ะจะไม่อิจฉา?
แน่นอนว่าฟางเจิ้งเป็นข้อยกเว้น เขามีเวลาแต่ไม่มีเงิน เที่ยวไม่ได้! เด็กในเมืองกับฟางเจิ้งพูดกันคนละภาษา เด็กจากหมู่บ้านชาวนาวันๆ ออกไปดื่มสุรา คุยโม้ เล่นเน็ต ฟางเจิ้งไม่มีเงินจึงไม่มีอะไรเล่นเลย ดังนั้นเลยกลายเป็นพวกไร้ตัวตน เมื่อก่อนถูกมองข้าม ตอนนี้ก็ยังถูกมองข้ามอีก นอกจากยิ้มเจื่อนๆ ในใจแล้วก็มีแต่ยิ้มเจื่อนเท่านั้น
ตอนที่ฟางเจิ้งเลือกเงียบแกล้งตาย จู่ๆ เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งแท็กชื่อเขา “ใช่ฟางเจิ้งไหม? ยินดีต้อนรับเข้ากลุ่มเพื่อนเก่า”
ตอนที่ฟางเจิ้งอ่านประโยคนี้แทบจะร้องไห้ ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นเขา! อมิตาพุทธ เขายังถือว่าเป็นคนเป็น ไม่ถูกใครมองข้าม…มีความสุข!
อ่านจากชื่ออีกฝ่าย หลิวต้าเฉิง ‘ประธานหลิว’ ในความคิดฟางเจิ้งพลันมีใบหน้าที่ไม่ค่อยคุ้นตาวูบผ่านตามจิตใต้สำนึก เหมือนว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นตอนมัธยมสี่ของฟางเจิ้ง ต่อมาขึ้นมัธยมหกก็ถูกแบ่งมาอยู่ห้องเดียวกันอีก คลุกคลีกันไม่มาก พูดคุยกันน้อยครั้ง หลิวต้าเฉิงไม่ใช่เด็กเก่งด้านการเรียน แล